⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1214/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่นั้น ให้พิจารณาจากอัตราโทษอย่างต่ำของความผิดตามที่ฟ้อง หากอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิตสถานเดียว ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม แต่หากอัตราโทษอย่างต่ำต่ำกว่า 5 ปี ศาลไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยอีก

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคแรก มิได้ถือเอาอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อสำคัญ แต่ถือเอาอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ ในความผิดฐานใดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิตสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพ กฎหมายก็บังคับให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ คดีนี้เมื่อข้อหาความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 20 ปี โทษจำคุกตลอดชีวิตนี้ถึงแม้จะเป็นโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก 5 ปี แต่ก็เป็นอัตราโทษอย่างสูง ส่วนอัตราโทษอย่างต่ำในความผิดฐานนี้ให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งศาลอาจลงโทษจำคุกจำเลยต่ำกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตลงมาจนถึงจำคุก 2 ปีได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยอีก ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน และเครื่องกระสุนปืนอันเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดฐานนี้ก็มีเพียง 3 นัด นอกจากนี้ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกกระทงหนึ่งนั้น ศาลชั้นต้นก็ได้พิพากษารอการลงโทษให้จำเลยและคดีเป็นอันยุติไปแล้ว ตามพฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีเห็นสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยในความผิดฐานนี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทกฟ์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด .๒๒ จำนวน ๑ กระบอกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ และมีกระสุนปืนขนาด .๒๒ จำนวน ๖๐ นัด ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตกับมีกระสุนปืนเล็กกล เอ็ม ๑๖ ขนาด .๒๒๓ จำนวน ๑ นัด กระสุนปืนกลอากาศขนาด .๕๐ จำนวน ๒ นัด อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ไว้ในความครอบครอง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๕๕, ๗๒, ๗๘ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสั่งนัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดโจทก์แถลงว่าเนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ ลดโทษแล้วจำคุก ๑ ปีและปรับ ๔,๖๐๐ บาทรอการลงโทษริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ อีกฐานหนึ่ง ลดโทษแล้วคงจำคุก ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๑๗๖ วรรคแรก บัญญัติว่า 'ในชั้นพิจารณาถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้นกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง' ตามบทบัญญัติดังกล่าวมิได้ถือเอาอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อสำคัญ แต่ถือเอาอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปเป็นเกณฑ์กล่าวคือ ในความผิดฐานใดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป หรือความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิตสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพกฎหมายก็บังคังให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ คดีนี้เมื่อข้อหาความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๒๐ ปี โทษจำคุกตลอดชีวิตนี้ถึงแม้จะเป็นโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก ๕ ปี แต่ก็เป็นอัตราโทษอย่างสูง ส่วนอัตราโทษอย่างต่ำในความผิดฐานนี้ให้จำคุกตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไป ซึ่งศาลอาจลงโทษจำคุกจำเลยต่ำกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตลงมาจนถึงจำคุก ๒ ปีได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามที่จำเลยรับสารภาพจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดก็ขอให้รอการลงโทษให้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยนี้เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และเครื่องกระสุนปืนอันเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดฐานนี้ก็มีเพียง กระสุนปืน เอ็ม๑๖ จำนวน ๑ นัด กับกระสุนปืนกลอากาศขนาด .๕๐ จำนวน ๒ นัด นอกจากนี้ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกกระทงหนึ่งนั้น ศาลชั้นต้นก็ได้พิพากษารอการลงโทษให้จำเลยและคดีเป็นอันยุติไปแล้ว ตามพฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีเห็นสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยในความผิดฐานนี้ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้นั้น ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้นี้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2529 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเจิม ศิลาโรจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเจิม ศิลาโรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุทธิ นิชโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลิว พลชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 5305/2539ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3578/2531ฎีกา 848/2545ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1049/2539ฎีกา 514/2486ฎีกา 170/2539ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 6318/2534ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 4018/2542ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา