⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2068/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2068/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้หากลูกจ้างแสดงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคุณสมบัติก่อนเข้าทำงาน แม้การเลิกจ้างนั้นจะไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดของลูกจ้างในระหว่างการจ้างงานก็ตาม แต่หากนายจ้างเลิกจ้างโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

ธนาคารจำเลยกำหนดให้ผู้ยื่นใบสมัครเข้าทำงานแสดงรายการในใบสมัครว่าเคยต้องคดีใด ๆ มาก่อนหรือไม่ เพื่อจะได้คัดเลือกผู้ที่มีความซื่อสัตย์หรือไม่มีประวัติด่างพร้อยมาก่อนให้เข้าทำงานกับจำเลย โจทก์ยื่นใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้จำเลยหลงเชื่อคุณสมบัติของโจทก์และยอมรับโจทก์เข้าทำงาน ซึ่งอาจทำให้กิจการของจำเลยได้รับความเสียหาย เมื่อจำเลยทราบความจริงในภายหลังย่อมมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ การเลิกจ้างเพราะเหตุนี้ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างเพราะโจทก์กระทำผิดในระหว่างที่เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงาน จึงมิใช่เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้งคือทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือนจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเวลา 23 วัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้ว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหาย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ยและออกใบสำคัญผ่านงานให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ได้ยื่นใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยโดยปกปิดข้อเท็จจริงด้วยการระบุในใบสมัครเข้าทำงานว่า โจทก์ไม่เคยต้องคดีใด ๆ มาก่อนอันเป็นความเท็จ เพราะโจทก์ถูกกรมที่ดินมีคำสั่งให้ออกจากราชการและฟ้องเรียกเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนองที่ขาดไปคืนจากโจทก์ หากจำเลยทราบความจริงแต่แรกก็จะไม่รับโจทก์เข้าทำงาน การที่จำเลยทราบความจริงภายหลังย่อมมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ และการกระทำของโจทก์ถือได้ว่ามีพฤติการณ์อันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปได้โดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงเรียกค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากโจทก์ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยออกใบสำคัญผ่านงานให้โจทก์คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยในปัญหาเรื่องเหตุเลิกจ้างและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าว่า จำเลยเป็นธนาคารซึ่งดำเนินกิจการและธุรกิจด้านการเงิน กิจการของจำเลยจะดำเนินไปด้วยความราบรื่น มั่นคงหรืออยู่ในความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนหรือลูกค้านั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์สุจริตและความประพฤติของพนักงานเป็นสำคัญ การที่จำเลยกำหนดให้ผู้ยื่นใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยแสดงรายการในใบสมัครเข้าทำงานว่าเคยต้องคดีใด ๆ มาก่อนหรือไม่ ก็เพื่อจะได้คัดเลือกผู้ที่มีความซื่อสัตย์หรือไม่มีประวัติด่างพร้อยมาก่อนให้เข้าทำงานกับจำเลย เมื่อโจทก์ยื่นใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้จำเลยหลงเชื่อในคุณสมบัติของโจทก์และยอมรับโจทก์เข้าทำงานนั้น อาจทำให้กิจการของจำเลยได้รับความเสียหาย การที่จำเลยทราบความจริงในภายหลังจำเลยย่อมมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้อย่างไรก็ตามการที่จำเลยเลิกจ้างเพราะเหตุที่โจทก์ยื่นใบสมัครเข้าทำงานโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จนั้น ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างเพราะโจทก์กระทำผิดในระหว่างที่เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงาน กรณีจึงไม่ใช่เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า สำหรับจำนวนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้น ข้อเท็จจริงซึ่งศาลแรงงานกลางรับฟังได้ความว่า จำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้งคือทุกวันที่ ๑๕ และวันสิ้นเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ฉะนั้น จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเวลา ๒๓ วัน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2068/2529 นายสันติพงษ์ นิมิตรดี โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันติพงษ์ นิมิตรดี · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2652/2523ฎีกา 2893/2540ฎีกา 4091/2549ฎีกา 3116/2529ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6877/2544ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 1027/2527ฎีกา 654/2536ฎีกา 7044/2537ฎีกา 859/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา