คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2204/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมีบุคคลอื่นนั่งฟังการสอบสวนพยานในคดีอาญา ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป หากพนักงานสอบสวนไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือผิดหน้าที่
2. การที่พนักงานสอบสวนฉีกบันทึกคำให้การเดิมและทำขึ้นใหม่ ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป หากข้อความในบันทึกใหม่ตรงกับปากคำของพยาน และพยานให้การโดยสมัครใจ
ย่อคำพิพากษา
ในการสอบสวนคดีอาญา เมื่อไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้กระทำผิดกฎหมาย หรือผิดหน้าที่อย่างใด ลำพังแต่มีบุคคลอื่นนั่งฟังการสอบสวนพยานอยู่ด้วย หาทำให้การสอบสวนนั้นเสียไปไม่
พยานให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน 2 ครั้ง พนักงานสอบสวนอ่านบันทึกให้ฟังทั้งสองครั้ง อ่านบันทึกครั้งแรกให้ฟังแล้วพูดว่า เหตุผลแค่นี้ ไม่พอจะฆ่ากันตายได้ จึงฉีกบันทึกทิ้งแล้ว ทำขึ้นใหม่ ไม่ปรากฏว่าข้อความในบันทึกคำให้การครั้งที่ 2 ไม่ตรงกับปากคำที่พยานให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวน หรือปากคำนั้นพยานไม่ได้ให้ด้วยความสมัครใจ หรือด้วยเหตุอันมิชอบอย่างอื่นจะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณานางฉลวย ภูมิประพัทธ์ มารดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ ลงโทษจำคุก ๔ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นสั่งรับมาประการแรกว่า ในขณะพยานโจทก์คนหนึ่งให้การต่อพนักงานสอบสวน ได้มีบุคคลอื่นนั่งฟังการสอบสวนอยู่ด้วย ทำให้การสอบสวนเสียไปนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การสอบสวนคดีอาญาเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการตามที่เห็นสมควรภายในขอบเขตบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ในการสอบสวนคดีนี้ไม่ปรากฏว่า พนักงานสอบสวนได้กระทำผิดกฎหมาย หรือผิดหน้าที่อย่างใดทั้ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็มิได้บัญญัติห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าฟังการสอบสวน ดังนี้ลำพังแต่มีบุคคลอื่นนั่งฟังการสอบสวนอยู่ด้วย หาทำให้การสอบสวนนั้นเสียไปไม่ จำเลยฎีกาอีกประการหนึ่งว่า สอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะพยานโจทก์ดังกล่าวให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ๒ ครั้ง พนักงานสอบสวนอ่านบันทึกให้ฟังทั้งสองครั้ง อ่านบันทึกครั้งแรกให้ฟังแล้วพูดว่า เหตุผลแค่นี้ไม่พอจะฆ่ากันตายได้ ฉีกบันทึกทิ้งแล้วทำขึ้นใหม่นั้น ไม่ปรากฏว่า ข้อความในบันทึกคำให้การครั้งที่ ๒ ไม่ตรงกับปากคำที่พยานให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนหรือปากคำนั้นพยานไม่ได้ให้ด้วยความสมัครใจ หรือด้วยเหตุผลอันมิชอบ อย่างอื่น ดังนี้จะถือว่า การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่จำเลย ฎีกา หาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2204/2529
พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์
นางฉลวย ภูมิประพัทธ์ โจทก์ร่วม
สิบเอกสมหมาย ใจงาม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · โจทก์ร่วม - นางฉลวย ภูมิประพัทธ์ · จำเลย - สิบเอกสมหมาย ใจงาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายพิทยา บุญชู · ศาลอุทธรณ์ - นายวิน จันทร์เจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา