คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 เป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งเท่านั้น ผู้พิพากษาที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวจึงไม่มีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาได้
ย่อคำพิพากษา
คดีอาญาที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นป.วิ.อ.มาตรา221ให้อำนาจผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์อนุญาตให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้เมื่อเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดแต่อำนาจอนุญาตให้ฎีกาเป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษามิใช่อำนาจของศาลศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนหนึ่งซึ่งมิได้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งจึงไม่มีอำนาจอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10,12 และ 15 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2504มาตรา 3 ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาทของกลางริบ และจ่ายสิบบนนำจำ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี คู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จำเลยฎีกาโดยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษานายหนึ่งซึ่งมิได้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้ง สั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่า ควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ และสั่งรับฎีกาจำเลยข้อ 2 ก. ว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
พิเคราะห์แล้ว คดีอาญาที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ให้อำนาจผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์อนุญาตให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ เมื่อเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด แต่อำนาจอนุญาตให้ฎีกาเป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษา มิใช่อำนาจของศาล ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาดังกล่าวจึงไม่มีอำนาจอนุญาตให้จำเลยำีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ผลจึงเป็นว่า จำเลยยังคงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ำีกาจำเลยข้อ 2 ก. ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับมาเป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับของกลาง แล้วสรุปว่าไม่ควรฟังว่าจำเลยเป็นเจ้ามือรายใหญ่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ศาบฎีกาไม่รับวินิจฉัย".
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2529
พนักงานอัยการ ประจำ ศาลแขวง อุบลราชธานี โจทก์
นาย วิรัตน์ จารุพจน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำ ศาลแขวง อุบลราชธานี · จำเลย - นาย วิรัตน์ จารุพจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ