⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2370/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาในระหว่างอยู่ในสมณเพศ หากไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด ทรัพย์สินนั้นย่อมตกได้แก่วัด

ย่อคำพิพากษา

เงินประมาณ 7 แสนบาท และที่ดิน 5 โฉนด เป็นทรัพย์สินของพระภิกษุ ช. เจ้ามรดกได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ โจทก์อ้างว่าพระภิกษุ ช.ได้ทำพินัยกรามยกทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ วัดผู้ร้องสอดต่อสู้ว่าพินัยกรรมนั้นปลอมขึ้นภายหลังพระภิกษุ ช.มรณภาพแล้ว เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบว่าพินัยกรรมที่อ้างนั้นไม่ปลอม ทรัพย์พิพาทพระภิกษุ ช. ได้มาในระหว่างอยู่ในสมณเพศแล้วถึงแก่กรรมและไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด จึงตกได้แก่วัดผู้ร้องสอด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1623

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าพระภิกษุชิน รวมพร้อม วัดโพธิพระใน ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้โจทก์และนายแสวง รวมพร้อม เมื่อพระภิกษุชินมรณภาพมีทรัพย์สินที่ดินมีโฉนดจำนวน ๕ แปลง เงินสด พระพุทธรูป และของเก่าเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม เฉพาะเงินสดฝากไว้ที่ธนาคาร จำเลยเป็นผู้เก็บโฉนดและหลักฐานการฝากเงินไว้ ไม่ยอมส่งมอบให้โจทก์ ขอศาลบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินและหลักฐานการฝากเงินแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ วัดโพธิพระในยื่นคำร้องสอดว่า พระภิกษุชิน รวมพร้อม จำพรรษาอยู่ที่วัดผู้ร้องสอดตลอดมาจนมรณภาพ ที่ดินทั้ง ๕ โฉนด และเงินฝากในธนาคารเป็นของพระภิกษุชินที่ได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ มิได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด จึงตกเป็นของผู้ร้องสอด พินัยกรรมที่โจทก์อ้างนั้นโจทก์กับพวกทำปลอมขึ้นภายหลังที่พระภิกษุชินมรณภาพแล้ว ขอให้ยกฟ้อง และให้จำเลยมอบโฉนดที่ดินทั้ง ๕ ฉบับ และสมุดฝากเงินธนาคารให้ผู้ร้องสอด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ให้ผู้ร้องสอดรับโฉนดทั้งห้าแปลงและสมุดเงินฝากธนาคารไปจากศาลได้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า พระภิกษุชิน รวมพร้อม อุปสมบทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๑ แล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดผู้ร้องสอดตลอดมาจนมรณภาพที่วัดนี้เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๓ เงินประมาณ ๗ แสนบาท และที่ดิน ๕ โฉนดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นทรัพย์สินของพระภิกษุชินได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ ที่โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน เป็นการไม่ชอบนั้น คดีนี้โจทก์อ้างว่า พระภิกษุชินได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ ผู้ร้องสอดต่อสู้ว่าพินัยกรรมนั้นปลอมขึ้นภายหลังพระภิกษุชินมรณภาพแล้ว เช่นนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบให้ได้ความว่า พินัยกรรมที่อ้างนั้นไม่ปลอม ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๑/๒๕๐๓ ระหว่างนางน้อม วิชิตสรสาตร์ โจทก์ นายจง วิชิตสรสาตร์ จำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงโดยฟังว่า พินัยกรรมที่โจทก์อ้างเป็นพินัยกรรมปลอมและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า ดังนี้จึงฟังว่าทรัพย์พิพาทพระภิกษุชินได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศแล้วถึงแก่มรณภาพและไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด ทรัพย์พิพาทจึงตกได้แก่วัดผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๓ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลยหรือผู้ร้องสอดได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2529 นางเชือน รวมพร้อม โจทก์ วัดโพธิพระใน ผู้ร้องสอด พระภิกษุผ่อน รวมพร้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเชือน รวมพร้อม · ผู้ร้องสอด - วัดโพธิพระใน · จำเลย - พระภิกษุผ่อน รวมพร้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ไกร บุญญะกิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา