คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์รวมการกระทำผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วยในตัว การที่ศาลลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ ก็สามารถทำได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นความผิดที่รวมการกระทำผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วนในตัว ดังนั้น แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์แต่เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกได้ร่วมกันปล้นทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าพวกของเจ้าทรัพย์ที่เข้าขัดขวาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ทวิ, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรค ๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๒ จำคุกคนละ ๖ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม จำคุกคนละ ๔ ปี ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์และจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย บัญญัติว่า'ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้' คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต และขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ทวิ, ๓๔๐ ตรี เห็นว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นความผิดที่รวมการกระทำผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วยในตัว ดังนั้นแม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ แต่เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา ๓๓๕ ทวิ มาในคำขอท้ายฟ้องก็ตาม
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2529
พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
นายสมนึก สวัสดิ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายสมนึก สวัสดิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายประชิต ศรศักดา · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา