⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2926/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2926/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่หากข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้ร่วมทำร้ายผู้เสียหาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 288, 80 โดยบรรยายฟ้องมาด้วยว่าจำเลยใช้กำลังกายชกต่อยผู้เสียหายหลายครั้งจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ ความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นมีการกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายรวมอยู่ด้วย แม้ข้อเท็จจริงจะไม่ได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานชิงทรัพย์คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยได้ร่วมทำร้ายผู้เสียหาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.280 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชิงอาวุธปืนและกระสุนปืนของจ่าสิบตำรวจสมเร็จ ปนศิริ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ในการชิงทรัพย์ดังกล่าวจำเลยได้ใช้กำลังกายชกต่อยผู้เสียหายที่ใบหน้าหลายครั้งจนผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บและจำเลยใช้ปืนพกที่จำเลยชิงเอาไปยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า จำเลยได้ลงมือกระทำผิดแล้ว แต่ทำไปไม่ตลอด เพราะมีบุคคลอื่นปัดปืนจากมือจำเลย ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๓๙ วรรคสาม, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ จำคุก ๑ ปี ค่าเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพยายามฆ่าเท่านั้นมิได้ขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์กับความผิดฐานพยายามฆ่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๒๘๘, ๘๐ โดยบรรยายฟ้องมาด้วยว่า จำเลยใช้กำลังกายชกต่อยผู้เสียหายหลายครั้งจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นมีการกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายรวมอยู่ด้วยแม้ข้อเท็จจริงจะไม่ได้ความว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยได้ร่วมกันทำร้ายร่ายกายผู้เสียหาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2926/2529 พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ พลตำรวจเกรียงไกร พรทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี · จำเลย - พลตำรวจเกรียงไกร พรทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 213/2554ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา