⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3135/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3135/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่มีสิทธินำที่ดินส่วนของโจทก์ไปขายโดยโจทก์ไม่ยินยอม การที่ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาททั้งแปลงจึงถือเป็นการครอบครองแทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วม มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน จำเลยไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ไปขายโดยโจทก์ไม่ยินยอม จำเลยคงมีสิทธิขายได้เฉพาะส่วนของตนเท่านั้นการที่จำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องจึงมีผลผูกพันเฉพาะส่วนของจำเลย ส่วนของโจทก์ยังคงมีอยู่ตามเดิม ผู้ร้องเข้าครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทก่อนจำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องนั้น เป็นการเข้าครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ย ถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์จำเลย ส่วนหลังจากจำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องถือได้ว่า ผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายซึ่งผู้ร้องได้สิทธิเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้นที่ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาททั้งแปลงย่อมถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วม มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 มาใช้บังคับไม่ได้ ผู้ร้องขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก็ดี เสียภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินพิพาทก็ดี ไม่ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมได้รู้เห็นในการกระทำดังกล่าวด้วย ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองต่อโจทก์ ผู้ร้องจึงไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินพิพาทตกเป็นของผู้ร้องตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะฟ้องขอแบ่งจากจำเลย คำพิพากษาที่ให้จำเลยแบ่งที่ดินที่พิพาทให้โจทก์ จึงไม่มีผลบังคับเอากับผู้ร้อง โจทก์จึงจะยึดที่ดินพิพาทซึ่งเจ้าของรวมคือโจทก์กับผู้ร้องมาขายทอดตลาดไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องขอแบ่งจากผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอแบ่งที่นาจากจำเลย ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่นาให้โจทก์ครึ่งหนึ่งแต่โจทก์จำเลยไม่อาจตกลงกันได้ โจทก์จึงนำยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินพิพาทที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องได้มาโดยซื้อจากจำเลย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ ในราคา ๔๐,๐๐๐ บาท ที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลสั่งถอนการยึดที่ดินพิพาท โจทก์ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน แม้ผู้ร้องจะซื้อที่ดินแปลงนี้จากจำเลยก็ไม่ผูกพันส่วนของโจทก์ เพราะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมมิได้ให้ความยินยอม ผู้ร้องไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินส่วนของโจทก์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว พิพากษาให้ถอนการยึดทรัพย์ทั้งหมด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของผู้ร้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกันได้มาโดยมารดายกให้ จำเลยไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ไปขายโดยโจทก์ไม่ยินยอม จำเลยคงมีสิทธิขายได้เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น การที่จำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้อง จึงมีผลผูกพันเฉพาะส่วนของจำเลย ส่วนของโจทก์ยังคงมีอยู่ตามเดิม ที่ผู้ร้องเข้าครอบครองทำกินในที่กินพิพาทก่อนจำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องนั้น เป็นการเข้าครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ยซึ่งถือว่า เป็นการครอบครองแทนโจทก์และจำเลย ส่วนภายหลังจากจำเลยทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องถือได้ว่า ผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายซึ่งผู้ร้องได้สิทธิเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้น ที่ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาททั้งแปลงย่อมถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วม มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายจึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๗๕ มาใช้บังคับไม่ได้ ส่วนที่ผู้ร้องขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจนนายอำเภอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ผู้ร้องก็ดี ผู้ร้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินพิพาทก็ดี ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รู้เห็นในการกระทำดังกล่าวด้วยยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองต่อโจทก์ผู้ร้องจึงไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่เป็นของผู้ร้องผู้เดียว แต่โจทก์มีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วย ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินพิพาทตกเป็นของผู้ร้องตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะฟ้องขอแบ่งจากจำเลย คำพิพากษาที่ให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์จึงไม่มีผลบังคับเอากับผู้ร้อง โจทก์จึงจะยึดที่ดินที่พิพาทซึ่งเจ้าของรวมคือโจทก์กับผู้ร้องมาขายทอดตลาดไม่ได้ เพราะโจทก์ มิได้ฟ้องขอแบ่งจากผู้ร้อง พิพากษากลับให้ถอนการยึดที่ดินพิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3135/2529 นางนด จันทร์ครบหรือสำราญกาย โจทก์ นางแก้ว สำราญกาย ผู้ร้อง นายวาด สำราญกาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนด จันทร์ครบหรือสำราญกาย · ผู้ร้อง - นางแก้ว สำราญกาย · จำเลย - นายวาด สำราญกาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จำนง นิยมวิภาต · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสุนัย มโนมัยอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายศรี จาณุจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3806/2549ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5128/2541ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 795/2543ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 6789/2541ฎีกา 464/2497ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 643/2497ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1492/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา