⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3139/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ถูกยึดและขายทอดตลาด มีสิทธิร้องขอรับส่วนแบ่งเงินจากการขายทอดตลาดได้ โดยไม่จำกัดระยะเวลา.

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมตามส่วนในทรัพย์ที่ถูกยึดมาขายทอดตลาดมีสิทธิร้องขอให้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 การร้องขอไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ร้องขอภายหลังจากการขายทอดตลาดแล้วได้ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินซึ่งผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยให้แก่ผู้ร้องตามส่วน ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ร้องโดยมิได้สอบถามโจทก์ก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิร้อง ผู้ร้องไม่มีกรรมสิทธิ์ร่วมและเป็นหนี้ร่วม ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ร้อง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งโดยมิได้ยกคำร้องของผู้ร้อง แต่ให้ทำการไต่สวนคำร้องต่อไป ถือได้ว่าศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา และคำร้องของผู้ร้องไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องโดยไม่ต้องทำการไต่สวนก่อน เมื่อโจทก์คัดค้านคำร้อง ศาลชั้นต้นมีอำนาจทำการไต่สวนก่อนที่จะสั่งคำร้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 21 (4) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อคดีอยู่ระหว่างไต่สวนพิจารณาสั่งคำร้องของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์นำยึดที่ดินรวม ๒ โฉนด พร้อมด้วยโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ๑ หลัง เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ที่ดินทั้งสองแปลงมีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ร้อง เฉพาะส่วนของจำเลยได้จำนองเป็นประกันหนี้ไว้กับโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขายทอดตลาดเฉพาะที่ดิน ๒ แปลง วันที ๒ มีนาคม ๒๕๒๗ ทำการขายทอดตลาดที่ดินปรากฏว่า นายสุทธยา จรรยงค์ เป็นผู้ประมูลซื้อได้ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๗ ผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๓ ยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน ๒ แปลงที่ขายทอดตลาด ขอรับเงินเฉพาะส่วนของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายเงินเฉพาะส่วนให้ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ได้ตามขอ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลจ่ายเงินที่ขายทอดตลาดที่ดินให้โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาศาลช้นต้นสั่งว่ามีผู้ร้องขอกันส่วนเงินที่ได้จากการทอดตลาดยังจ่ายเงินให้โจทก์ไม่ได้ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ได้สั่งจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินให้แก่ผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๓ ตามส่วน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งตามคำร้องของโจทก์เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๗ และสั่งนัดทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๓ ที่ขอรับเงินเฉพาะส่วนของตน และสั่งว่าให้ถือว่าคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๗ (ของโจทก์) เป็นคำคัดค้านของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งนัดทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๓ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๑) พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ร้องขอให้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดิน ซึ่งผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ร่วมตามส่วน ซึ่งผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขอได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ และการร้องขอไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ผู้ร้องร้องขอภายหลังจากการขายทอดตลาดแล้วได้ ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายให้ผู้ร้องโดยมิได้สอบถามโจทก์ก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้อง ผู้ร้องไม่มีกรรมสิทธิ์ร่วมและเป็นหนี้ร่วม ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่จ่ายเงินให้ผู้ร้องและสั่วไต่สวนคำร้องของผู้ร้องต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งโดยมิได้ยกคำร้องของผู้ร้อง แต่ให้ทำการไต่สวนคำร้องต่อไป ถือได้ว่าศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา และคำร้องของผู้ร้องไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องโดยไม่ต้องทำการไต่สวนก่อน เมื่อโจทก์คัดค้านคำร้อง การที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาสั่งคำร้องต่อไปโดยถูกต้อง ศาลชั้นต้นมีอำนาจทำการไต่สวนก่อนที่จะสั่งคำร้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑ (๔) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อคดีอยู่ระหว่างไต่สวนพิจารณาสั่งคำร้องของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๑) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2529 นางเหรียญ พูลศรี โจทก์ นายเฉลิมพล ถาวรเดช กับพวก ผู้ร้อง นางเสงี่ยม ถาวรเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเหรียญ พูลศรี · ผู้ร้อง - นายเฉลิมพล ถาวรเดช กับพวก · จำเลย - นางเสงี่ยม ถาวรเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · พิชัย วุฒิจำนงค์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9028/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1141/2540ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538ฎีกา 601/2537ฎีกา 1333/2531ฎีกา 2403-2430/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา