⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3428-3429/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3428-3429/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อความจริงเกี่ยวกับรายได้และความสามารถในการหารายได้ของผู้เอาประกัน รวมถึงประวัติการถูกปฏิเสธหรือลดวงเงินเอาประกันจากบริษัทอื่น ถือเป็นสาระสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องเปิดเผยต่อบริษัทประกันชีวิต หากไม่เปิดเผย สัญญาประกันชีวิตย่อมตกเป็นโมฆียะ และหากบริษัทบอกล้างภายในกำหนด สัญญาก็เป็นโมฆะ บริษัทไม่ต้องรับผิดตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ข้อความจริงตามคำขอเอาประกันชีวิตที่เกี่ยวกับรายได้และความสามารถในการหารายได้ของผู้เอาประกันตลอดจนข้อที่ผู้เอาประกันเคยถูกบริษัทประกันชีวิตอื่นปฏิเสธหรือลดจำนวนเงินขอเอาประกันถือว่าเป็นข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ผู้เอาประกันจะต้องเปิดเผยให้บริษัททราบเพราะอาจจะจูงใจให้บริษัทเรียกเก็บเบี้ยประกันสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาได้เมื่อผู้เอาประกันไม่เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวในเวลาทำสัญญาสัญญานั้นย่อมตกเป็นโมฆียะตามป.พ.พ.มาตรา865และเมื่อบริษัทได้บอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้วสัญญาย่อมตกเป็นโมฆะบริษัทไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาดังกล่าว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.133 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.865

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องบริษัทจำเลยที่ 1 กับพวกและจำเลยที่ 4กับพวก ให้รับผิดตามกรมธรรม์ประกันชีวิต 2 ฉบับที่นายสุนทร สุขเจริญทำไว้กับจำเลยที่ 1 และที่ 4 โดยมีโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์โดยให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 400,000 บาท และ 2,000,000 บาทตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 9 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การปฎิเสธ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทไทยประกันชีวิตจำกัด จำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาทให้บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด จำเลยที่ 4 ชำระเงินจำนวน1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 4 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ชำระแทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีโดยกำหนดค่าทนายความ 25,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยอื่น ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความระหว่างโจทก์กับจำเลยอื่นให้เป็นพับ โจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 รับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนที่นายสุนทรจะยื่นคำขอเอาประกันชีวิตกับจำเลยที่ 1 นายสุนทรเคยถูกบริษัทอินเตอร์ไลฟ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตปฎิเสธหรือลดจำนวนเงินขอเอาประกันและนายสุนทรได้เอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ 4 ในจำนวนทุนประกัน 500,000 บาท ตามกรมธรรม์เลขที่ 99742 แต่นายสุนทรไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ ทั้ง ๆ ที่คำขอเอาประกันชีวิต ข้อ 6 มีคำถามว่า "ในปัจจุบันท่านได้สมัครเอาประกันชีวิต-สมัครเป็นสมาชิกฌปนกิจสงเคราะห์ไว้กับบริษัท-สมาคมใดบ้าง" และคำแถลงของผู้ขอเอาประกันข้อ14 มีคำถามว่า "คำขอเอาประกันของท่านเคยถูกปฎิเสธผัดผ่อน ยกเลิกหรือรับโดยการเพิ่มเบี้ยประกันหรือไม่" ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงว่าการที่นายสุนทรเอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ 4 นายสุนทรจะต้องชำระเบี้ยประกันเป็นเงินปีละ 32,210 บาท เมื่อนายสุนทรมาเอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ 1 อีก นายสุนทรจะต้องชำระเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นปีละ10,800 บาท เมื่อรวมกันแล้วนายสุนทรจะต้องชำระเบี้ยประกันเป็นเงินปีละ 43,010 บาท หรือเดือนละ 3,500 บาทเศษ หากจำเลยที่ 1 ทราบความจริง จำเลยที่ 1 ก็ต้องนำข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับรายได้และความสามารถในการหารายได้ของนายสุนทร ตลอดจนข้อที่นายสุนทรเคยถูกบริษัทประกันชีวิตปฎิเสธหรือลดจำนวนเงินเอาประกันมาประกอบดุลพินิจในการพิจารณารับประกัน ทั้งข้อที่โจทก์เบิกความว่าโจทก์ให้นายสุนทรใช้จ่ายเดือนละ 4,000-5,000 บาท โจทก์กันเงินไว้ให้นายสุนทรปีละ100,000 บาท และเดือนมกราคม 2522 เงินของนายสุนทรอยู่กับโจทก์ประมาณ200,000 บาท เป็นทำนองว่านายสุนทรมีรายได้และมีเงินมากสามารถชำระเบี้ยประกันได้นั้น ก็มีแต่คำของโจทก์ที่เบิกความลอยๆ โดยไม่มีพยานอื่นสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง และพฤติการณ์ที่โจทก์ขวนขวายจะให้นายสุนทรเอาประกันชีวิตเป็นจำนวนทุนประกันสูงถึง1,000,000 บาท น่าเชื่อว่าหากนายสุนทรเปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 อาจจะจูงใจจำเลยที่ 1 ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญาถือได้ว่าข้อความจริงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ สัญญาประกันชีวิตระหว่างนายสุนทรกับจำเลยที่ 1 ตามกรมธรรม์เลขที่ 8938016 จึงเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 865 เมื่อจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิบอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สัญญาประกันชีวิตฉบับดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 1 และสำหรับสัญญาประกันชีวิตระหว่างนายสุนทรกับจำเลยที่ 4 ตาากรมธรรม์เลขที่ 99742 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนที่นายสุนทรจะยื่นคำขอเอาประกันชีวิตกับจำเลยที่ 4นายสุนทรเคยถูกบริษัทอินเตอร์ไลฟ์ จำกัด ปฎิเสธหรือลดจำนวนเงินขอเอาประกัน และโจทก์มิได้เป็นมารดาของนายสุนทร แต่นายสุนทรยื่นคำขอเอาประกันชีวิตต่อจำเลยที่ 4 โดยปกติข้อเท็จจริงว่านายสุนทรไม่เคยถูกบริษัทประกันชีวิตปฎิเสธหรือลดจำนวนเงินขอเอาประกัน และโจทก์เป็นมารดาของนายสุนทร ทั้งข้อที่นายสุนทรให้ถ้อยคำไว้ในคำขอเอาประกันชีวิต ข้อ 16 ว่านายสุนทรเป็นผู้ออกเบี้ยประกันเองก็ไม่น่าเชื่อ เพราะเบี้ยประกันที่ต้องชำระตามกรมธรรม์ฉบับนี้เป็นเงินถึงปีละ 32,210 บาท และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่านายสุนทรมีรายได้และมีเงินมากดังที่โจทก์เบิกความ ฉะนั้น หากนายสุนทรเปิดเผยข้อความจริงดังกล่าให้จำเลยที่ 4 ทราบ อาจจะจูงใจจำเลยที่ 4 ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญาถือได้ว่าข้อความจริงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ สัญญาประกันชีวิตระหว่างนายสุนทรกับจำเลยที่ 4 ตามกรมธรรม์เลขที่ 99742 จึงเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 เมื่อจำเลยที่ 4 ใช้สิทธิบอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดสัญญาประกันชีวิตฉบับดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 4เช่นเดียวกันกับที่ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1... ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3428 - 3429/2529 นาง บุญชู สุขเจริญ โจทก์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญชู สุขเจริญ · จำเลย - บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 654/2535ฎีกา 2792/2546ฎีกา 662/2473ฎีกา 230/2501ฎีกา 247/2501ฎีกา 541/2509ฎีกา 6711/2553ฎีกา 3246-3250/2559ฎีกา 918/2519ฎีกา 3212/2522ฎีกา 4803/2533ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 40/2516ฎีกา 5334/2533ฎีกา 16/2517ฎีกา 1479/2523ฎีกา 901/2498ฎีกา 785/2565ฎีกา 620/2508ฎีกา 1407/2513ฎีกา 137/2513ฎีกา 4457/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ