คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลตามคำสั่งศาลชั้นต้นก่อนวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ถือว่าจำเลยได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลแล้ว จึงไม่เป็นการทอดทิ้งฟ้องตามมาตรา 174 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ยังขาดมาวางศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ก่อนวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดจำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์มิได้เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร แสดงว่ากำหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคำสั่งให้ทราบโดยชอบแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ทิ้งฟ้องตามมาตรา 174 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจำนวน ๒๔,๙๐๐ บาท จำเลยผิดนัด โจทก์ฟ้องบังคับขอให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ไม่ได้กู้เงินโจทก์ตามฟ้องสัญญากู้เงินเป็นสัญญาที่ทำขึ้นเพื่อประกันสัญญาซื้อขายมะพร้าวที่จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อมะพร้าวจากโจทก์ สัญญาไม่ได้ปิดอากรแสตมป์รับฟังเป็นพยานหลักฐานในการกู้ยืมไม่ได้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๔,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นไม่ได้นำดอกเบี้ยตั้งแต่วันกู้ยืมถึงวันฟ้องจำนวน ๙,๓๓๗.๕๐ บาท คิดคำนวณเป็นค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จึงขาดไป ๒๓๒.๕๐ บาท จึงมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บจากจำเลยให้ครบก่อนอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง หากจำเลยไม่ยอมชำระก็ให้ส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ต่อไป
ศาลชั้นต้นได้หมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๗ เวลา ๑๓.๓. นาฬิกา และแจ้งไปด้วยว่าให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนของดอกเบี้ยจำนวน ๒๓๒.๕๐ บาท มาชำระให้ครบก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากจำเลยไม่ชำระจะส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ต่อไป ถึงวันนัดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า โจทก์จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มีผู้ใดมาศาล จำเลยมิได้นำค่าขึ้นศาลส่วนที่ยังขาดมาชำระตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งให้ส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนศาลอุทธรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยไม่ยอมชำระค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔(๒) จึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๓๒ ประกอบด้วย มาตรา ๒๔๖
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยได้นำเงินจำนวน ๒๓๒.๕๐ บาท มาวางศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นวันก่อนวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ต่อมามีรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๗ ความว่า คดีนี้ปรากฏว่าได้มีการวางเงินผิดประเภทและเจ้าหน้าที่การเงินได้ถอนเงินค่าขึ้นศาลที่วางไว้ผิดประเภทมาซื้อฤชากร จำเลยได้เสียค่าขึ้น ๒๓๒.๕๐ บาทแล้ว เห็นว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์มิได้เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคำสั่งให้ทราบโดยชอบนั้น ดังนั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ทิ้งฟ้องตามมาตรา ๑๗๔(๒) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2529
นายสวาท งามจรัส โจทก์
นาวาอากาศเอก นิวรรตน์ รอดมณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสวาท งามจรัส · จำเลย - นาวาอากาศเอก นิวรรตน์ รอดมณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ แสนศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา