⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3822/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความเสียหายอันเกิดจากมูลหนี้รายเดียวกัน ย่อมเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว การฟ้องคดีเพื่อเรียกค่าเสียหายในมูลหนี้นั้นไปแล้ว ทำให้ไม่อาจฟ้องคดีในมูลหนี้เดียวกันนั้นอีกได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เคยออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าซื้อบ้าน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดี ต่อมาจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ออกเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าซื้อบ้านแทนเช็คฉบับเดิม แต่เช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ความเสียหายของโจทก์อันสืบเนื่องมาจากมูลหนี้ค่าซื้อบ้านรายเดียวกันย่อมเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวการที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ผู้ออกเช็คฉบับเดิมต่อศาลและคดีอยู่ระหว่างพิจารณา ถือได้ว่าความเสียหายของโจทก์ในมูลหนี้รายนี้ไม่อาจเกิดขึ้นอีกได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองตามเช็คพิพาทอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า ก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๑ เคยออกเช็คให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าซื้อบ้านจำนวนเงิน ๑๑๑,๘๐๐ บาท แต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดี ต่อมาจำเลยทั้งสองจึงได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อบ้านแทนเช็คฉบับเดิม โดยมีจำนวนเงินตามเช็คเท่ากัน เมื่อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้อีก ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยเจตนาเพื่อจะชำระหนี้รายเดียวกับที่ได้ออกเช็คฉบับเดิม และโจทก์ก็รับเช็คพิพาทโดยถือว่าเป็นการรับชำระหนี้รายเดียวกันนั้น เมื่อเช็คที่จำเลยที่ ๑ ออกให้โจทก์ฉบับเดิมและเช็คพิพาทต่างก็ขึ้นเงินไม่ได้ ความเสียหายของโจทก์อันสืบเนื่องมาจากมูลหนี้ดังกล่าวย่อมเกิดมีขึ้นเพียงครั้งเดียว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ผู้ออกเช็คฉบับเดิมต่อศาลและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยโจทก์มิได้ถอนฟ้องคดีดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าความเสียหายของโจทก์ในมูลหนี้รายนี้ไม่อาจเกิดขึ้นอีกได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีนี้และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2529 นายสำเริง หิรัญพานิช โจทก์ นายประไพ ศรีเมฆ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเริง หิรัญพานิช · จำเลย - นายประไพ ศรีเมฆ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 1079/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา