คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3933/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ขาดนัด ศาลชั้นต้นต้องทำการไต่สวนว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรหรือไม่ก่อนมีคำสั่งตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา ก่อนถึงวันนัดฟังคำพิพากษา 1 วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่าไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ดังนี้การพิจารณายังไม่เสร็จสิ้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสอง ให้ได้ความว่าการขาดนัดของโจทก์เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นไม่ทำการไต่สวนแต่มีคำสั่งว่าให้โจทก์ยื่นคำร้องเข้ามาเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์ แล้วมีคำสั่งและคำพิพากษาใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้เงินที่ค้างชำระตามหนังสือประนีประนอมยอมความพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดฝ่ายโจทก์ไม่มีฝ่ายใดมาศาล จำเลยขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยจำเลยไม่สืบพยาน ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้นัดฟังคำพิพากษาก่อนวันนัดฟังคำพิพากษา ๑ วันโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่ามีเหตุจำเป็นไม่จงใจขาดนัด ศาลชั้นต้นสั่งว่าหากโจทก์ประสงค์จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ให้ยื่นคำขอเข้ามาใหม่ภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยต่างทราบวันนัดโดยชอบแล้ว แต่โจทก์ไม่มาศาลตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา ครั้นก่อนวันนัดฟังคำพิพากษา ๑ วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่าไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ดังนี้ การพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น การที่โจทก์มายื่นคำร้องในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรคสอง ให้ได้ความว่าการขาดนัดของโจทก์เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นไม่ทำการไต่สวน แต่มีคำสั่งว่าให้โจทก์ยื่นคำร้องเข้ามา เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา และที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนก็เป็นการไม่ชอบ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์ แล้วมีคำสั่งและคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3933/2529
นายสิงห์ ละชินลา โจทก์
นายจิตร จอมทะรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสิงห์ ละชินลา · จำเลย - นายจิตร จอมทะรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายขวัญชัย ปิ่นรอด · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา