⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3935/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3935/2529

ป.วิ.อาญา ม.15, 30, 31 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.57

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญากระทำได้เฉพาะกรณีที่ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ หรือพนักงานอัยการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายในคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น * การให้วินิจฉัยปัญหาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาโดยเฉพาะ คู่ความจะร้องขอให้วินิจฉัยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญานั้น มีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 และ 31 เฉพาะกรณีที่ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการหรือพนักงานอัยการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายในคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น นอกเหนือจากสองกรณีนี้แล้ว การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่อาจจะมีได้ ดังนั้น เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งเป็นโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ผู้เสียหายอื่นจะร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงไม่อาจกระทำได้ และจะอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) ซึ่งบัญญัติให้สิทธิบุคคลภายนอกในกรณีร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์หรือจำเลยร่วม ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาอนุโลมบังคับใช้ในกรณีนี้ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะอำนาจฟ้องดังกล่าวถือว่ากฎหมายได้กำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะในมาตรา 30 และ 31 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์เดิมได้ การให้วินิจฉัยปัญหาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกานั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ของประธานศาลฎีกาโดยเฉพาะ คู่ความจะร้องขอขึ้นมาหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.31 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่สมคบกันปลอมพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ระหว่างพิจารณา นายชัยสิทธิ์ ฐาปนะดิลก และนางพัชนี ศิริพันธ์ ต่างยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองต่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ นางพัชนี ผู้เดียวยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ แล้วพิพากษายืน นางพัชนี ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาเรื่องการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญานั้น ได้มีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๐ และ ๓๑ เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการหรือพนักงานอัยการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายในคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น นอกเหนือจากสองกรณีแล้ว การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่อาจจะมีได้ ดังนั้น เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งเป็นโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ผู้เสียหายอื่นจะร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงไม่อาจกระทำได้และจะอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๒) ซึ่งบัญญัติให้สิทธิบุคคลภายนอกในกรณีร้องสอดขอเขาเป็นโจทก์หรือจำเลยร่วม ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ มาอนุโลมบังคับใช้ในกรณีนี้ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะอำนาจฟ้องดังกล่าวถือว่ากฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะในมาตรา ๓๐ และ ๓๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์เดิมได้ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ตามที่ผู้ร้องมีคำขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหานี้โดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปนั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๐๘ ทวิ ประกอบกับมาตรา ๒๒๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติให้การวินิจฉัยปัญหาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกานั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ของประธานศาลฎีกาโดยเฉพาะ คู่ความจะร้องขอขึ้นมาหาได้ไม่ จึงให้ยกคำขอของผู้ร้องในข้อนี้เสีย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3935/2529 นายทศทิศ วินิจฉัยกุล โจทก์ นายชัยสิทธิ์ ฐาปนะดิลก กับพวก ผู้ร้อง นายวีระวัช ฐาปนะดิลก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทศทิศ วินิจฉัยกุล · ผู้ร้อง - นายชัยสิทธิ์ ฐาปนะดิลก กับพวก · จำเลย - นายวีระวัช ฐาปนะดิลก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายวิชัย บุญธินันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 8119/2540ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 6321/2544ฎีกา 960/2559ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา