คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญาจ้างขุดและขนดินลูกรังให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยผู้ว่าจ้างลงนามและผู้รับจ้างกรอกข้อความยินยอมชำระค่าตอบแทนการอนุญาตตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นการได้รับอนุญาตให้ขุดลูกรังโดยไม่ต้องขออนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ตามระเบียบที่กำหนดไว้
ย่อคำพิพากษา
มีระเบียบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดว่าการขุดดินลูกรังจะต้องขออนุญาตต่อนายอำเภอและต้องชำระค่าตอบแทนการอนุญาต จำเลยทำสัญญารับจ้างขุดขนดินลูกรังให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามเป็นผู้ว่าจ้างและจำเลยกรอกข้อความยินยอมชำระค่าตอบแทนการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไว้ท้ายประกวดราคา ทั้งผู้ที่ทำสัญญารับจ้างเช่นนี้ในครั้งก่อน ๆ ไม่เคยขออนุญาต การที่จำเลยสั่งให้คนงานไปขุดและขนลูกรังไปกองไว้ตามสัญญาโดยมิได้ขออนุญาตต่อนายอำเภอท้องที่ตามระเบียบ โดยเข้าใจว่าการที่จำเลยเข้าทำสัญญารับจ้างขุดและขนลูกรั ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นการได้รับอนุญาตให้ขุดลูกรังได้โดยไม่จำต้องขออนุญาตอีก กรณีเป็นเรื่องจำเลยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงจำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้รถแทรกเตอร์และรถยนต์บรรทุกขุดขนดินลูกรังในบริเวณที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะและเป็นที่ป่า ทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในบริเวณที่รัฐมนตรีได้ประกาศหวงห้าม และเป็นการทำลายป่า โดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี, ๗๔ ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ริบรถแทรกเตอร์และรถยนต์บรรทุกของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๑ ปีและปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี ริบของกลาง
โจทก์ จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจิรงว่า จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดศรชัยวัฒนาก่อสร้าง ทำสัญญารับจ้างขุดขนดินลูกรังให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยกรอกข้อความไว้ท้ายใบประกวดราคาก่อนทำสัญญาว่า ยินยอมจะชำระค่าตอบแทนการอนุญาตตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไว้ด้วย ผู้ที่ประมูลได้และเข้าทำสัญญารับจ้างขุดและขนลูกรังให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิในครั้งก่อน ๆ ไม่เคยต้องขออนุญาต การที่จำเลยได้สั่งให้คนงานไปขุดและขนลูกรังจากที่เกิดเหตุนำไปกองไว้ตามสัญญาก็เนื่องจากจำเลยเข้าใจว่า การที่จำเลยเข้าทำสัญญารับจ้างขุดและขนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมินั้น เป็นการได้รับอนุญาตให้ขุดลูกรังได้แล้ว ไม่จำต้องขออนุญาตอีกแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงโดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาตแล้ว เมื่อกรณีเป็นเรื่องสำคัญผิดเช่นนี้ ตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีความผิดดังโจทก์ฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นอีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ คืนรถแทรกเตอร์และรถยนต์บรรทุกของกลางแก่เจ้าของ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2529
พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
นายเล็ก วัฒนยืนยง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายเล็ก วัฒนยืนยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สุทิน นนทแก้ว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาน มีลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา