⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3978-3979/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978-3979/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายของลูกจ้างที่ยังไม่ถึงที่สุดและไม่ปรากฏว่าลูกจ้างกระทำโดยจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ไม่ถือเป็นกรณีร้ายแรงที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองมีกัญชาไว้ในความครอบครองและสูบกัญชานั้นโดยผิดกฎหมายยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้กระทำโดยจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงซึ่งจำเลยไม่จำต้องมีข้อบังคับระบุลงโทษไว้นั้นจำเลยให้การต่อสู้คดีเพียงว่าโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรงมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การด้วยว่าเป็นกรณีไม่จำต้องมีข้อบังคับระบุลงโทษจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามอุทธรณ์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีความผิด ขอให้จ่ายค่าชดเชย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่าเลิกจ้างเพราะโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรงทั้งจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือกระทำผิดอาญาดดยเจตนาแก่นายจ้าง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อที่จำเลยอุทธรณ์สรุปความว่า การที่โจทก์ทั้งสองมีกัญชาไว้ในความครอบครองและสูบกัญชานั้นเป็นความผิดทางอาญาและโจทก์ทั้งสองมีวิชาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์หากสูบกัญชาก็จะทำให้การปฏิบัติงานเกิดความบกพร่องเสียหายอันถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายทั้งกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ร้ายแรง โดยจำเลยไม่จำต้องมีข้อบังคับระบุลงโทษไว้ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น กรณีจะต้องเข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน2515 ข้อ 47(6) ซึ่งระบุว่า "ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก" กรณีของโจทก์ทั้งสองนี้ไม่ปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใด กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ดังกล่าว ทั้งกรณีก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้กระทำโดยจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ดังกล่าวข้างต้น ข้อ 47(2)ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นกรณีที่ร้ายแรงซึ่งจำเลยไม่จำต้องมีข้อบังคับระบุลงโทษไว้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าเหตุที่จำเลยเลิกจ้างเพราะโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรง อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว จำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบด้วยมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978 - 3979/2529 นาย เมธี ภักตร์ขำ กับพวก โจทก์ บริษัท ฟูจิออโต้คราฟ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เมธี ภักตร์ขำ กับพวก · จำเลย - บริษัท ฟูจิออโต้คราฟ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ