คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4665/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาศาลแขวงที่เพียงบันทึกไว้โดยตลอดแล้วเป็นที่เข้าใจได้ว่าศาลได้กำหนดโทษและอ้างมาตราที่ลดโทษให้แล้ว ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
คำพิพากษาของศาลแขวงสามารถกระทำได้โดยเพียงบันทึกไว้เท่านั้น แม้คำพิพากษามิได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยก่อน แต่เมื่ออ่านประกอบกันโดยตลอดแล้ว เป็นที่เข้าใจได้ว่าศาลได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงไว้เท่าใด ทั้งได้อ้างมาตราที่ลดโทษให้จำเลยไว้ด้วยแล้ว ไม่มีทางที่จะเข้าใจหรือแปลความหมายเป็นอย่างอื่นไปได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลแขวงจึงชอบแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน เครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ดังนี้จำเลยจะฎีกาเถียงเป็นอย่างอื่น หาได้ไม่เพราะขัดกับคำรับสารภาพ ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือใน การกระทำผิดมีมากถึง 46 ตู้ เงินเหรียญบาทถึง 30,231 เหรียญ ถือได้ว่าเป็นการเล่นการพนันรายใหญ่ อาจเป็นการมอมเมาเยาวชน ให้หลงไหลในการพนัน เป็นผลเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะลดหย่อนโทษและรอการลงโทษให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจับจำเลยได้พร้อมยึดตู้วีดีโอเกม ๔๖ ตู้เงินเหรียญบาท ๓๐,๒๓๑ เหรียญ อันเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕,๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ ริบของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ ๒ เดือน ริบของกลาง
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงสามารถกระทำได้โดยเพียงบันทึกเท่านั้น แม้คำพิพากษาจะมิได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยก่อนแต่เมื่ออ่านประกอบกันเข้าโดยตลอดแล้วเป็นที่เข้าใจได้ชัดแจ้งว่าศาลได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงไว้เท่าใด เช่นในกรณีคดีนี้จำเลยก็เข้าใจได้ทันทีว่าศาลได้ตั้งกำหนดโทษไว้จำคุกคนละ ๔ เดือน ทั้งศาลชั้นต้นยังได้อ้างมาตราที่กำหนดลดโทษให้จำเลยไว้ด้วยแล้ว ไม่มีทางที่จะเข้าใจหรือแปลความหมายเป็นอย่างอื่นไปได้ ดังนั้นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ดังนั้นจึงจะเถียงเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่เพราะขัดกับคำรับสารภาพ และเนื่องจากทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดมีเป็นจำนวนมากถึง ๔๖ ตู้ และทรัพย์สินมีเงินเหรียญบาทถึง ๓๐,๒๓๑ เหรียญ ถือได้ว่าเป็นการเล่นการพนันรายใหญ่ และอาจเป็นการมอมเมาเยาวชนให้หลงไหลในการพนัน เป็นผลเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติก็เป็นได้ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะลดหย่อนโทษและรอการลงโทษให้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4665/2529
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์
นายเมธี ยี่อำพันธ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นายเมธี ยี่อำพันธ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงนครราชสีมา - นายชาตรี ศิริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา