⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4708/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4708/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ผู้ครอบครองย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นทันที แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม และกรรมสิทธิ์ที่ได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์นั้น ย่อมยกขึ้นปรปักษ์แก่ผู้รับมรดกของผู้มีชื่อในทะเบียนได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้คัดค้านยอมรับว่าผู้ร้องได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบ 10 ปีแล้ว จึงต้องฟังว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว ผู้ร้องไม่จำต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ในประเด็นข้อนี้อีก ผู้คัดค้านได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทมาโดยการรับมรดก จึงมิใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ผู้ร้องย่อมยกกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ยังมิได้จดทะเบียนขึ้นต่อสู้ผู้คัดค้านได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินบางส่วนเนื้อที่ ๕ ไร่ ๕๐ ตารางวาของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๒๗ ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า นายเสริม ผ่องผุด เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๒๗ ได้ทำพินัยกรรมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่เด็กชายสัมพันธ์ ผ่องผุด เด็กชายสมพิศผ่องผุด ซึ่งเป็นหลาน และได้จดทะเบียนลงชื่อในโฉนดที่ดินแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๒๗ ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุดแก้ว จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ๕๐ ตารางวา โดยการครอบครอง ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อผู้คัดค้านยอมรับว่าผู้ร้องได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยความสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบ ๑๐ ปีแล้ว จึงต้องฟังว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ แล้ว ไม่จำต้องมีการสืบพยานต่อไปอีก และผู้คัดค้านได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทมาโดยการรับมรดกจึงมิใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง ผู้ร้องย่อมยกกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ยังมิได้จดทะเบียนขึ้นต่อสู้ผู้คัดค้านได้ ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4708/2529 นายเสริฐ ผ่องผุด ผู้ร้อง นางพูล จำปาศรี และ เด็กชายสมพิศ ผ่องผุด ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายเสริฐ ผ่องผุด · และ - นางพูล จำปาศรี · ผู้คัดค้าน - เด็กชายสมพิศ ผ่องผุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายประเสริฐ จันทราวช · ศาลอุทธรณ์ - นายก้าน อันนานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 5712/2541ฎีกา 5640/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 1008/2510ฎีกา 546/2532ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา