⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4807/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4807/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าจำเลยคนใดมีเจตนาบุกรุกหรือไม่ ต้องพิเคราะห์การกระทำของจำเลยแต่ละคนเป็นรายบุคคล หากการกระทำของจำเลยแต่ละคนเป็นเหตุส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกันทั้งเรื่อง ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยคนหนึ่งตลอดไปถึงจำเลยอีกคนหนึ่ง.

ย่อคำพิพากษา

เหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีนั้น ต้องเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นทั้งเรื่อง มิใช่เหตุส่วนตัวของจำเลยคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นการที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยคนใดมีเจตนาบุกรุกหรือไม่ จะต้องพิเคราะห์ถึงการกระทำของจำเลยแต่ละคนการที่จำเลยที่ 1 เปิดประตูเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายด้วยตนเอง ต่อมาจึงเรียกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ตามขึ้นไปในภายหลังนั้นจะเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยแต่ละคนหาเกี่ยวข้องกันทั้งเรื่องไม่ กรณีเป็นเหตุส่วนตัวของจำเลยแต่ละคนโดยแท้มิใช่เหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจก้าวล่วงเข้าไปวินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยที่ 1 ว่าขาดเจตนาทุจริตและที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วยนั้นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางธิติมาโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร แล้วร่วมกันลักสุรา ๒ ขวด ราคา ๖๐ บาท ของนายโสฬสเอ็งประเสริฐ ไปโดยทุจริต เหตุเกิดตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๖๔, ๓๖๕, ๘๓ และให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาทรัพย์ ๖๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานบุกรุกและลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ และ ๓๓๕ จำคุกทั้งสองข้อหารวม ๑ ปี ๖ เดือน กับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ราคาทรัพย์ ๖๐ บาทแก่ผู้เสียหายสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามขาดเจตนาในความผิดฐานบุกรุกและเป็นเหตุลักษณะคดี พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ในข้อหาบุกรุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ที่มิได้อุทธรณ์ให้มิต้องรับโทษเนื่องด้วยมีเหตุลักษณะคดีนั้น ต้องเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับงคดีนั้นทั้งเรื่อง มิใช่เหตุส่วนตัวของจำเลยคนใดคนหนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เปิดประตูเข้ามาในบ้านผู้เสียหายด้วยตนเอง แล้วร้องเรียกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขึ้นมาบนบ้านด้วย การที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยคนใดมีเจตนาบุกรุกหรือไม่ต้องพิเคราะห์การกระทำของจำเลยแต่ละคนไป ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ การกระทำของจำเลยแต่ละคนหาเกี่ยวข้องกันทั้งเรื่องไม่ จึงนับเป็นเหตุส่วนตัวของจำเลยแต่ละคนโดยแท้ ศาลอุทธรณ์หามีอำนาจก้าวล่วงเข้าไปวินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยที่ ๑ ว่าขาดเจตนาบุกรุกได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ จึงไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4807/2529 พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ นายสุรชาติ อำนวย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี · จำเลย - นายสุรชาติ อำนวย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายสัญญา สุดจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 2081/2531ฎีกา 1327/2568ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 7665/2543ฎีกา 2700/2565ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 15717/2553ฎีกา 589/2483ฎีกา 891/2521ฎีกา 6355/2544ฎีกา 2898/2530ฎีกา 259/2496ฎีกา 726/2487ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1668/2522ฎีกา 98/2545ฎีกา 5838/2541ฎีกา 1436/2498ฎีกา 463/2566ฎีกา 4505/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา