⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 525/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแลกเปลี่ยนที่ดินที่มีเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) แม้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมีการครอบครองที่ดินโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ผู้ครอบครองย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การแลกเปลี่ยนที่ดินแม้มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ที่ดินที่ตกลงแลกเปลี่ยนกันเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โจทก์ที่ 2 ได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมีเขตแน่นอน อนึ่งข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ด้วยว่าโจทก์ได้ครอบครองจนเกิน 1 ปีแล้ว จำเลยย่อมหมดสิทธิเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 การแลกเปลี่ยนที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) โดยต่างฝ่ายต่างเข้าครอบครองที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งที่แลกเปลี่ยนกันผู้แลกเปลี่ยนไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะจดทะเบียนแบ่งแยกให้หรือรับโอน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๑ โจทก์ที่ ๑ ตกลงเอาที่ดิน น.ส.๓ ก. ของโจทก์แลกเปลี่ยนกับที่ดินเฉพาะส่วนตาม น.ส.๓ ก. ของจำเลย การตกลงดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่โจทก์ที่ ๑ ก็ให้โจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรเขยเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของจำเลยและจำเลยเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ที่ ๑ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๕ จำเลยจะเอาที่ดินคืนโดยขับไล่ให้โจทก์รื้อบ้านไป โจทก์แจ้งให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินตามที่ตกลงแลกเปลี่ยนกัน จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๑๔๙๖ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เฉพาะส่วนเนื้อที่ ๑ งาน ๔ ตารางวา ให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกให้โจทก์และให้จำเลยรับโอนที่ดินของโจทก์ตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๔๓๘ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาหากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกับโจทก์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์ที่ ๒ ได้มาอาศัยปลูกบ้านในที่ดินของจำเลย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ที่ ๑ กู้เงินจำเลยไป ๒,๐๐๐ บาท โดยมอบ น.ส.๓ ก. ให้ยึดถือไว้เป็นประกัน ประมาณเดือนมกราคม ๒๕๒๕ โจทก์ที่ ๑ เอาเงินมาคืนแล้วไม่ยอมรับเอา น.ส.๓ ก. หลักประกันคืนโดยจะฉ้อโกงจำเลยอ้างว่าได้แลกเปลี่ยนกับที่ดินของจำเลยจำเลยไม่เคยส่งมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครอง การแลกเปลี่ยนที่ดินไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์และขอให้โจทก์ที่ ๒ กับบริวารออกไปจากที่ดินของจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่เคยกู้เงินจำเลย โจทก์ที่ ๒ ไม่เคยขออาศัยปลูกบ้านในที่ดินของจำเลย โจทก์ที่ ๑ กับจำเลยตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกัน โจทก์ที่ ๑ มอบ น.ส.๓ ก.ให้จำเลยส่วนจำเลยจะจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ภายหลัง ต่างฝ่ายต่างเข้าครอบครองที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งที่แลกเปลี่ยนกันตลอดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ จำเลยมิได้ใช้สิทธิเรียกร้องที่ดินคืนภายใน ๑ ปี โจทก์ที่ ๒ ได้สิทธิครอบครอง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์ที่ ๒ มีสิทธิครอบครองที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๑๔๙๖ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เฉพาะส่วนเนื้อที่ ๑ งาน ๔ ตารางวา ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกให้โจทก์ที่ ๒ และให้จำเลยจดทะเบียนรับโอนที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๔๓๘ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาจากโจทก์ที่ ๑ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า กรณีน่าเชื่อว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกันจริง แม้การแลกเปลี่ยนที่ดินมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ที่ดินที่ตกลงแลกเปลี่ยนกันเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) โจทก์ที่ ๒ ได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมีเขตแน่นอน อนึ่งข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ด้วยว่าโจทก์ได้ครอบครองจนเกิน ๑ ปีแล้ว จำเลยย่อมหมดสิทธิเอาคืนซึ่งการครอบครองตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น แต่ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยก น.ส.๓ ส่วนที่พิพาทให้โจทก์และให้จำเลยรับโอนที่ดินตาม น.ส.๓ ของโจทก์นั้น เห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะต้องจดทะเบียนแบ่งแยกให้หรือรับโอน จึงบังคับคดีตามคำขอในส่วนนี้มิได้ พิพากษาแก้เป็นให้ยกคำของโจทก์ที่ขอให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกและรับโอนที่ดินของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2529 นางเย็น โพธิ์ทอง กับพวก โจทก์ นายพรม เขื่อนโคกสูง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเย็น โพธิ์ทอง กับพวก · จำเลย - นายพรม เขื่อนโคกสูง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอนันต์ วิรบุตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2938/2519ฎีกา 1922/2522ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 2224/2528ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488ฎีกา 3297/2534ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 279/2513ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 100/2497ฎีกา 8604/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา