⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 820/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและให้การรับสารภาพหลังจากกระทำความผิด ถือเป็นการลุแก่โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ซึ่งต้องได้รับการลดโทษหนึ่งในสาม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายต่อหน้าสาธารณชนในร้านอาหารประจักษ์พยานของโจทก์หลายคนต่างก็รู้จักจำเลยเป็นอย่างดีข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงเมื่อถูกฟ้องจำเลยจึงให้การรับสารภาพแสดงให้เห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดเหตุแล้ว จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนทำแผนที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78ลดโทษให้หนึ่งในสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนรีวอลเวอร์ไม่ปรากฏว่ามีทะเบียนหรือไม่และกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพาติดตัวไปในทางสาธารณะในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยได้ใช้อาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวยิงจ่าสิบตำรวจชัชวาลย์ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ นางเอื้อนมารดาผู้ตายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288เนื่องจากจำเลยเคยรับราชการและอดีตผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงภัยด้วยความเข้มแข็ง ถือได้ว่าจำเลยมีคุณงามความดีมาก่อนสมควรลงโทษสถานเบาให้จำคุกจำเลย 20 ปี มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72 และ 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิวัติรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี และฐานพกพาอาวุธปืนจำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมทั้งสิ้น23 ปี 4 เดือน จำเบลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและให้การรับสารภาพในชั้นศาล นับว่ามีเหตุบรรเทาโทษปรานีลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 11 ปี 8 เดือน ริบหัวกระสุนปืนของกลาง โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายต่อหน้าสาธารณชนในร้านอาหารโจทก์มีประจักษ์พยานรู้เห็นหลายคน แม้จำเลยจะไม่รับสารภาพพยานหลักฐานโจทก์ก็พอฟังลงโทษจำเลยได้ ถือว่าจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลย 23 ปี 4 เดือนนั้นเหมาะสมกับรูปคดีแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยโดยไม่ลดโทษให้ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษและลดโทษดังศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงจ่าสิบตำรวจชัชวาลย์ ผู้ตายต่อหน้าสาธารณชนในร้านอาหาร ก่อนจำเลยยิงผู้ตาย จำเลยกับนายสุนทรพยานโจทก์ได้เดินมาต่อว่าผู้ตายเรื่องถ้วยแก้วแตกที่โต๊ะอาหารที่ผู้ตายกับนายเผ่านั่งอยู่ ประจักษ์พยานของโจทก์หลายคนต่างรู้จักกับจำเลยเป็นอย่างดี แม้จำเลยจะไม่รับสารภาพ พยานหลักฐานโจทก์ก็พอฟังลงโทษจำเลยได้ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายกระทำผิดจริงเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยจึงได้ให้การรับสารภาพ แสดงให้เห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานนั่นเองแต่อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงยังปรากฏอีกว่า หลังเกิดเหตุแล้ว จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนโดยดีชั้นสอบสวนจำเลบยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนทำแผนที่สังเขปที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงมีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้จำเลยฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้ 15 ปี 6 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2529 พนักงานอัยการ จังหวัดพิจิตร โจทก์ จำเลยร่วม โจทก์ นางเอื้อน เจริญพร โจทก์ สิบเอกหาญ ไชยเชาวน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพิจิตร · โจทก์ - จำเลยร่วม · โจทก์ - นางเอื้อน เจริญพร · จำเลย - สิบเอกหาญ ไชยเชาวน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา