⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1086/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะกระทำความผิดขณะมีจิตบกพร่องหรือฟั่นเฟือน แต่หากพฤติการณ์แห่งคดีแสดงว่าจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือยังบังคับตนเองได้ ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยฆ่าพี่ชายและหลานสาวของจำเลย กับทุบตู้กระจกแล้วจุดไฟเผาเสื้อผ้าและเผาบ้านของผู้เสียหายหลายราย โดยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนนั้น เป็นการกระทำโดยจำเลยมีจิตบกพร่องหรือฟั่นเฟือน แต่การที่จำเลยไม่ทำร้ายบิดาทั้งๆ ที่บิดาเข้ากอดปล้ำจำเลยและใช้พลั่วกันจำเลยไม่ให้ทำร้ายพี่ชายก็ดี การที่จำเลยโบกมือไล่ ไม่ให้เข้าไปช่วยดับไฟที่บ้านผู้เสียหายก็ดีหรือการที่จำเลยจุดไฟเผาบ้านผู้เสียหายคนหนึ่งแล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย และยอมออกมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยอมรับสารภาพการกระทำของตนก็ดีพฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยแสดงว่าจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือยังบังคับตัวเองได้บ้างกรณีต้องตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา65 วรรคสอง ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,91, 217, 218, 288, 289 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2, 5 และสั่งริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 217, 218, 80, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 5 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดในคราวเดียวกัน ฆ่านายชู เพชรแอพี่ชายของตนโดยไม่มีสาเหตุพิพาทกันแล้วฆ่านางสาวอุษาเพชรแอ หลานของตนซึ่งเข้ามาช่วยเหลือมิให้จำเลยฆ่านายชู เพชรแอ แล้วจำเลยวางเพลิงเผาบ้านของผู้อื่นเสียหายทั้งห้าหลังและยังพยายามฆ่านางสาวเพ็ญจันทร์ เพชรทอง ผู้จะมาดับไฟเป็นลักษณะโหดร้าย การกระทำโดยอุกอาจไม่ยำเกรงต่อระเบียบบ้านเมืองและตามพฤติการณ์จำเลยเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดภยันตรายแก่สังคมอย่างยิ่ง สมควรลงโทษจำเลยสถานหนักลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 ให้วางโทษประหารชีวิต ตามมาตรา 218 ให้จำคุกตลอดชีวิต ตามมาตรา 288, 80 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยได้กระทำความผิดต่อหน้าบุคคลจำนวนมาก ซึ่งเป็นบิดา ญาติ และคนรู้จักจำเลยทั้งสิ้น แม้จำเลยให้การรับสารภาพผิดตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ตลอดจนชั้นพิจารณาล้วนเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐานไม่มีเหตุอันควรปรานีที่จะลดโทษ จึงไม่ลดโทษให้ ของกลางริบ คำขออื่นให้ยก โจทก์ จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 245 ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตนั้นไม่ถูกต้อง เพราะรวมโทษทุกกระทงแล้วคงลงโทษประหารชีวิตได้สถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษประหารชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษจำเลยลงอีก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ตามพฤติการณ์ของจำเลยที่ใช้ขวานฟันนายชูพี่ชายและนางสาวอุษา หลานสาวโดยไม่มีกรณีพิพาทกันมาก่อน และได้ทุบตู้กระจกแล้วจุดไฟเผาเสื้อผ้าของผู้เสียหายหลายราย กับจุดไฟเผาบ้านของบรรดาผู้เสียหายตามฟ้องโดยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนนั้น น่าจะกระทำไปโดยจำเลยมีจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนโดยแท้ เพราะสามัญชนซึ่งจิตใจเป็นปกติรู้สึกผิดชอบคงจะไม่กระทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการที่จำเลยไม่ทำร้ายนายพวนบิดาทั้ง ๆ ที่นายพวนเข้ากอดปล้ำจำเลยและใช้พลั่วกันจำเลยไม่ให้ทำร้ายนายชูก็ดี การที่จำเลยโบกมือไล่นายหงษ์ไม่ให้เข้าไปช่วยดับไฟที่บ้านนายพลก็ดี หรือการที่จำเลยจุดไฟเผาบ้านนายงามแล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย และยอมออกมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยอมรับสารภาพการกระทำผิดของตนก็ดี พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยแสดงว่าจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง กรณีต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65วรรคสอง ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า อาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์' ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายล้วน เพชรแล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายล้วน เพชรแล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3461/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 205/2483ฎีกา 249/2500ฎีกา 101/2547ฎีกา 2537/2548ฎีกา 362-364/2471ฎีกา 656/2473ฎีกา 9264/2551ฎีกา 1816/2541ฎีกา 617/2526ฎีกา 733/2521ฎีกา 2543/2528ฎีกา 287/2472ฎีกา 8329/2540ฎีกา 415/2515ฎีกา 2470/2534ฎีกา 899/2465ฎีกา 803/2481ฎีกา 1627/2545ฎีกา 226/2467ฎีกา 1226/2547ฎีกา 638/2483ฎีกา 851/2468
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ