⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1352/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้นั้น จะต้องปรากฏข้อความชัดแจ้งว่าได้พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นข้อใดเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงและอนุญาตให้ฎีกา จึงจะถือว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยชอบด้วยกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้จำเลยฎีกาว่า"ฎีกาของจำเลยทั้งสองมีเหตุอันควรฎีกาในข้อเท็จจริงได้ จึงรับรองให้ฎีกา" คำรับรองดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความว่าได้พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นข้อใด เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูง สุดและอนุญาตให้ฎีกาจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยชอบด้วยกฎหมาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 พระราชบัญญัติการพนัน(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2504 มาตรา 3 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 เดือนริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลง ศาลต้องตั้งกำหนดโทษที่จะลงเสียก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 แล้วจึงเพิ่มหรือลด เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ตั้งกำหนดโทษ จึงไม่ถูกต้อง ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เรื่องการลงโทษและริบของกลางนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษและริบของกลางเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นบันทึกว่า "ฎีกาของจำเลยทั้งสองมีเหตุอันควรฎีกาในข้อเท็จจริงได้จึงรับรองให้ฎีกา" ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่าตามคำรับรองให้ฎีกาของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่ปรากฏข้อความว่าได้พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นข้อใดเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และอนุญาตให้ฎีกา เพียงแต่บันทึกว่ามีเหตุอันควรฎีกาและรับรองให้ฎีกามาลอย ๆ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา โจทก์ นาย ธนา พิธานปกรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา · จำเลย - นาย ธนา พิธานปกรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 1209/2563ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7111/2559ฎีกา 591/2540ฎีกา 568/2528ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1746/2524ฎีกา 3937/2553ฎีกา 3213/2522ฎีกา 1613/2547ฎีกา 191/2520ฎีกา 1167/2532ฎีกา 437/2542ฎีกา 8791/2544ฎีกา 1491/2540ฎีกา 745/2534ฎีกา 613/2532ฎีกา 6259/2534ฎีกา 522/2489ฎีกา 656/2506ฎีกา 3844/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ