⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1357/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยทราบถึงการฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในการบังคับคดีแล้ว แต่ไม่ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะหมดสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแล้ว เมื่อจำเลยเห็นว่าการขายทอดตลาดดังกล่าวไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้เข้าประมูลมีโจทก์เพียงรายเดียว และทรัพย์ที่ขายมีราคาสูงกว่าราคาที่โจทก์ประมูลได้มาก เท่ากับกล่าวอ้างว่าการบังคับคดีได้กระทำโดยไม่ชอบเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 และมาตรา 296 กล่าวคือจำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขอคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีเสร็จแต่ไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่ได้ทราบการฝ่าฝืน เมื่อจำเลยมิได้ร้องคัดค้านตามที่กฎหมายกำหนดไว้จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามใช้เงินตามสัญญากู้ สัญญาค้ำประกัน และบังคับจำนอง ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาต และพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๓๘๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๕ หากผิดนัดให้ใช้ดอกเบี้ยในต้นเงินจำนวนดังกล่าวในอัตราร้อยละ ๑๔ ต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อครบกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ไม่ชำระเงินให้โจทก์เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดิน ๒ แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ และที่ดิน ๑ แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๓ ออกขายทอดตลาด มีการประกาศขายทอดตลาดรวม ๖ ครั้ง ครั้งสุดท้ายมีโจทก์เข้าสู้ราคาเพียงคนเดียวเสนอราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแก่โจทก์โดยปลอดจำนอง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้เอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแล้ว เมื่อจำเลยที่ ๑ เห็นว่าการขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นไปโดยไม่เป็นธรรมเนื่องจากผู้ประมูลมีโจทก์เพียงรายเดียวและทรัพย์ที่ขายมีราคาสูงกว่าราคาที่โจทก์ประมูลได้มาก เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าการบังคับคดีได้กระทำโดยไม่ชอบเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ และ ๒๙๖ กล่าวคือจำเลยที่ ๑ ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ไม่ช้ากว่า ๘ วัน นับแต่วันที่ได้ทราบการฝ่าฝืน แต่จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ร้องคัดค้านเรื่องผิดระเบียบหรือการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าว ดังนั้นจำเลยที่ ๑ จะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2530 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ จ่าสิบตำรวจจันทร์ โคจรนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - จ่าสิบตำรวจจันทร์ โคจรนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายหัสดี ไกรทองสุก · ศาลอุทธรณ์ - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10878/2554ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 5739/2534ฎีกา 6981/2547ฎีกา 5118/2549ฎีกา 73/2527ฎีกา 5898/2531ฎีกา 3793/2535ฎีกา 318/2527ฎีกา 6928/2537ฎีกา 2746/2534ฎีกา 6157/2544ฎีกา 3233/2527ฎีกา 1155/2537ฎีกา 6/2534ฎีกา 7442/2544ฎีกา 2192/2532ฎีกา 4913/2536ฎีกา 3721/2550ฎีกา 1173/2497ฎีกา 3538/2536ฎีกา 5352/2536ฎีกา 882/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา