คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโดยไม่อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ โจทก์ยังมีภาระต้องนำสืบพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยต้องรับผิดตามฟ้อง การที่ศาลสั่งงดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยนั้น ทำให้จำเลยเสียสิทธิในการซักค้านพยาน ถือเป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้นแต่ไม่อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ คำให้การของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ แต่โจทก์ยังมีภาระที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ทำให้จำเลยที่ 2 หมดโอกาสที่จะซักค้านพยานโจทก์ทั้งที่จำเลยที่ 2 ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่1แล้ว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่ถูกต้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน แล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญากู้พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๒ ให้การว่าไม่ได้เข้าเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ เคยค้ำประกันจำเลยที่ ๑ แต่ภาระผูกพันสิ้นสุดไปแล้วเอกสารท้ายฟ้องทั้งหมดไม่ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ สั่งงดสืบพยานโจทก์กับจำเลยที่ ๒ และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามฟ้อง
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้น แม้จะไม่อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธทำให้จำเลยที่ ๒ ไม่มีประเด็นที่จะต้องนำสืบ แต่โจทก์ก็ยังมีภาระที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าจำเลยที่๒ เป็นผู้ค้ำประกันและต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒นั้น ทำให้จำเลยที่ ๒ หมดโอกาสที่จะซักค้านพยานโจทก์ทั้งที่จำเลยที่ ๒ ได้ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่๒ ด้วย จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2530
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ฯ โจทก์
นายชูชาติ ศรีสวัสดิ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ฯ · จำเลย - นายชูชาติ ศรีสวัสดิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประชา ประสงค์จรรยา · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา