⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1437/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นใดแล้ว และข้อเท็จจริงนั้นเป็นมูลกรณีเดียวกันกับที่ต้องวินิจฉัยในคดีแพ่ง ศาลในคดีแพ่งจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุดนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ศาลในคดีอาญาฟังว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกและพิพากษายกฟ้อง คดีอาญาถึงที่สุด โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งฐานละเมิดซึ่งข้อเท็จจริงที่จะต้องวินิจฉัยเป็นมูลกรณีเดียวกันคือ จำเลยได้บุกรุกที่ดินโจทก์หรือไม่ ศาลในคดีแพ่งจึงจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาที่ว่าจำเลยมิได้บุกรุกที่ดินของโจทก์ ตามบทบัญญัติมาตรา 46 แห่ง ป.วิ.อ..

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้ามาทำลายคันดิน หักและตัดฟันกิ่งสนกิ่งมะขามเทศในที่ดินของโจทก์ แล้วยังสร้างกำแพงคอนกรีตในที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตและให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยสร้างกำแพงคอนกรีตในที่ดินของจำเลย มิได้ละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงรับกันว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหาบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเกิดจากมูลกรณีเดียวกันและคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ความในเบื้องต้นว่า ในมูลคดีเดียวกันนี้โจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1230/2524 คดีหมายเลขแดงที่ 2498/2525 ของศาลชั้นต้น ซึ่งได้วินิจฉัยไว้ว่าข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยได้สร้างกำแพงในเขตที่ดินของจำเลยเองหาได้บุกรุกเข้าไปในเขตที่ดินของโจทก์ไม่ พิพากษายกฟ้อง คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุด มัปัญหาว่า การพิพากษาคดีนี้ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาเพราะข้อเท็จจริงที่จะต้องวินิจฉัยเป็นมูลกรณีเดียวกันคือ จำเลยได้บุกรุกที่ดินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ ศาลจึงจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาที่ว่าจำเลยมิได้บุกรุกที่ดินโจทก์ ตามบทบัญญัติมาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจำเลยจึงหาได้ละเมิดโจทก์ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2530 นาง สำเนียง เนตรอัมพร ฯ โจทก์ นาย ประโฉม เจริญพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สำเนียง เนตรอัมพร ฯ · จำเลย - นาย ประโฉม เจริญพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · เสนอ ศรนิยม · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5735/2538ฎีกา 481/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ