⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 144/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลต้องสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน จึงจะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ถูกต้องตามหลักนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่จำเลยยกขึ้นอ้างได้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

กรณีจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนและไม่มีเหตุผลให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่น ศาลจะต้องสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 แล้วจึงจะทำการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามข้ออ้างและข้อต่อสู้ ให้นัดสืบพยานโจทก์โดยไม่ชี้ลงไปว่าเป็นเรื่องขาดนัดพิจารณา จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้แม้จะไม่ได้โต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นไว้ และศาลฎีกาย่อมให้มีการพิจารณาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยพร้อมบริวารให้ออกไปจากที่ดินโจทก์ซึ่งจำเลยขายฝากไว้แล้วไม่ไถ่คืนในกำหนด และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยใช้สิทธิไถ่ถอนที่ดินที่ขายฝากแก่โจทก์ก่อนสิ้นกำหนดตามสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ให้จำเลยไถ่ถอนในราคาเดิม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยขอไถ่ถอนที่ดินและโจทก์ไม่เคยตกลงกับจำเลยขยายเวลาการไถ่ถอน ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามฟ้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและไม่มีเหตุผลให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นแล้ว ศาลจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๒ คือต้องสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อนแล้วจึงจะทำการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามข้ออ้างและข้อต่อสู้ ให้นัดสืบพยานโจทก์ไปโดยมิได้ชี้ลงไปว่าเป็นเรื่องขาดนัดพิจารณาหรือจำเลยประวิงคดีหรือคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว และไม่ได้ระบุว่าเพราะเหตุใดมีเหตุผลอย่างไร จึงเป็นการมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว และปัญหาดังกล่าวนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้โต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้ไว้ จำเลยก็มีสิทธิยกปัญหานี้ขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์และฎีกาได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้มีการพิจารณาใหม่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓(๒) ประกอบด้วย มาตรา ๒๔๗ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณานัดสืบพยานจำเลยและโจทก์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2530 นางสาวพิกุล สุวรรณพันธ์ โจทก์ นายเพชร วงศ์ณรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพิกุล สุวรรณพันธ์ · จำเลย - นายเพชร วงศ์ณรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายสุวิทย์ นรนุตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2893/2540ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 2181/2519ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 7919/2553ฎีกา 1645/2549ฎีกา 2076/2542ฎีกา 367/2568ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5098/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา