⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1717/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจ่ายเงินค่าอาหารให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นการให้ความสงเคราะห์หรือสวัสดิการ มิใช่การจ่ายเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ จึงไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน และไม่สามารถนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ่ายค่าอาหารให้แก่โจทก์หรือลูกจ้างอื่นซึ่งทำงานประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากทางสำนักงานใหญ่ไม่ได้จัดอาหารเลี้ยงดังเช่นลูกจ้างที่โรงงานสีคิ้ว การจ่ายค่าอาหารให้จึงเป็นการให้ความสงเคราะห์แก่ลูกจ้างของจำเลย อันมีลักษณะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง มิได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ฉะนั้น ไม่ว่าจะเรียกว่า เป็นค่าอาหารหรือค่าครองชีพและจะจ่ายให้เป็นประจำทุกเดือนหรือไม่ก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำเงินค่าอาหารมารวมเป็นฐานในการคิดคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ครั้งสุดท้ายได้รับค่าจ้างเดือนละ ๖,๙๐๐ บาท และค่าครองชีพเดือนละ ๙๕๐ บาท จ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๑๕ และวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๔,๔๐๐ บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน ๔๗,๑๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ ๖,๙๐๐ บาท แต่โจทก์ไม่ได้รับค่าครองชีพ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน ๔,๔๐๐ บาท และค่าชดเชยจำนวน ๔๗,๑๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยได้มีคำสั่งย้ายโจทก์ไปประจำที่โรงงานอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๙ ค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์นั้นจะต้องเป็นอัตราค่าจ้างในเดือนธันวาคม ๒๕๒๙ ซึ่งไม่มีค่าครองชีพรวมอยู่ด้วย จึงนำค่าครองชีพมารวมเป็นฐานในการคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่างล่วงหน้าและค่าชดเชยไม่ได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จะจำเงินมาคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยนั้นต้องคิดคำนวณจากค่าจ้าง จากข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันดังกล่าวมาแล้วข้างต้นพึงเห็นได้ว่า การที่จำเลยจ่ายค่าอาหารให้แก่โจทก์หรือลูกจ้างอื่นซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานครนั้น ก็เพราะทางสำนักงานใหญ่ไม่ได้จัดอาหารเลี้ยงดังเช่นลูกจ้างที่โรงงานอำเภอสี่คิ้ว การจ่ายค่าอาหารให้จึงเป็นการให้ความสงเคราะห์แก่ลูกจ้างของจำเลยอันมีลักษณะเป็นการใหสวัสดิการแก่ลูกจ้าง เงินจำนวนดังกล่าวมิได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ฉะนั้นไม่ว่าจะเรียกเงินดังกล่าวว่า เป็นค่าอาหารหรือค่าครองชีพและจะจ่ายให้เป็นประจำทุกเดือนหรือไม่ก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างตามความหายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำเงินจำนวน ๙๕๐ บาทนี้มารวมเป็นฐานในการคิดคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยได้ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน ๓,๔๕๐ บาท และค่าชดเชยจำนวน ๔๑,๔๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2530 นางนันทพร อัยยะแก้ว โจทก์ บริษัทกระสอบสีคิ้ว จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนันทพร อัยยะแก้ว · จำเลย - บริษัทกระสอบสีคิ้ว จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเสงี่ยม คชาธาร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 1027/2527ฎีกา 3117/2529ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1479/2526ฎีกา 3362/2529ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2078/2527ฎีกา 2242/2531ฎีกา 1352/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา