⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1763/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่ลูกจ้างกระทำผิดหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานนั้น มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารประจำทางตามสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานตามหน้าที่เป็นเหตุให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหายคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ อันเกิดแต่สัญญาจ้างแรงงานในการขับรถ ขอให้บังคับจำเลยตามสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8(1)มิใช่คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด จึงนำอายุความหนึ่งปีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 448 มาปรับแก่คดีนี้หาได้ไม่ คำฟ้องของโจทก์มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ 22 มิถุยาน 2521 จำเลยได้ฝ่าฝืนคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานตามหน้าที่โดยขับรถประจำทางของโจทก์ด้วยความเร็วสูงและประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์โดยสารประจำทางอีก 2 คัน ทำให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 42,260 บาท เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงมีคำสั่งไล่จำเลยออก เมื่อได้หักเงินที่ผู้ค้ำประกันและจำเลยได้ชดใช้ให้แก่โจทก์บางส่วนแล้วคงเหลือหนี้สินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นเงิน 23,160 บาท รวมทั้งดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 24,411.59 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 24,411.59 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงิน 23,160 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าคดีไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยชำระเงิน24,411.59 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่จำเลยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้จะได้กระทำในขณะที่เป็นลูกจ้างโจทก์ ก็ถือว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์มิใช่ผิดสัญญาจ้างแรงงาน จึงต้องนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาปรับแก่คดีนี้นั้นพิเคราะห์แล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารประจำทางตามสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานตามหน้าที่ เป็นเหตุให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหาย คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่ บกพร่องตามหน้าที่ อันเกิดแต่สัญญาจ้างแรงงานในการขับรถ ขอให้บังคับจำเลยตามสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2526มาตรา 8(1) มิใช่คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด จึงนำอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448มาปรับแก่คดีนี้หาได้ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์มีอายุความสิบปีตามมาตรา 164 คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2530 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นาย ประสิทธิ์ ศรีกระจิ บ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - นาย ประสิทธิ์ ศรีกระจิ บ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1479/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ