คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้โดยตรงในการกระทำความผิดนั้นๆ ไม่ใช่เพียงยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางไปหรือกลับจากการกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งห้าใช้เรือไม้และเครื่องยนต์เป็นยานพาหนะไปลักรังนกอีแอ่นบนเกาะ เมื่อลักรังนกอีแอ่นได้แล้ว ขณะกลับมาลงเรือของกลางก็ถูกจับ ดังนี้ เรือไม้และเครื่องยนต์ของกลางดังกล่าวเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยทั้งห้าใช้เดินทางไปมายังเกาะที่เกิดเหตุเพื่อลักทรัพย์เท่านั้น จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งห้ากระทำความผิดฐานลักรังนกอีแอ่นหรือรับรังนกอีแอ่นซึ่งถูกคนร้ายลักไปไว้โดยรู้แล้วว่าเป็นทรพัย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยรังนกอีแอ่น เรือไม้ ๑ ลำ เครื่องเรือ ๑ เครื่อง ไฟฉาย ๑ กระบอก ถ่านไฟและเทียนไข ซึ่งเป็นยาพาหนะและเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ ริบของกลาง
จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษหนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๔ เดือน เรือไม้ เครื่องยนต์ ไฟฉาย ถ่ายไฟฉาย และเทียนไขของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบ คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทั้งห้าได้ใช้เรือไม้และเครื่องยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะไปกระทำความผิดลักรังนกอีแอ่นบนเกาะเหลามาดังซึ่งนายอภิชาติ กิจประสาน ได้รับสัมปทานเป็นผู้มัสิทธิเก็บรังนกอีแอ่นบนเกาะดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งห้าลักรังนกอีแอ่นได้แล้ว ขณะที่พากันกลับมาลงเรือของกลางก็ถูกจับ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเรือไม้และเครื่องยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงนั้นได้ความว่า เรือไม้และเครืองยนต์ของกลางเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยทั้งห้ใช้เดินทางไปยังเกาะที่เกิดเหตุเพื่อกระทำความผิดลักทรัพย์ แม้จะใช้เป็นยานพาหนะนำทรัพย์ที่ลักกลับจากเกาะนั้นด้วยก็คงเป็นเพียงยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางไปมาเท่านั้น จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพังริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑)
พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบเรือไม้และเครื่องยนต์ของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2530
พนักงานอัยการ จังหวัดพังงา โจทก์
นายปรีชา วาหะรักษ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพังงา · จำเลย - นายปรีชา วาหะรักษ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพังงา - นายน้ำเพชร ปานะถึก · ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา