⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1880/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้แทนบริษัทที่เจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค ถือว่าเป็นการร่วมกระทำผิดกับบริษัท และการออกเช็คฉบับใหม่ให้แก่ผู้เสียหายเพื่อหนี้ส่วนที่เหลือ โดยที่ผู้สั่งจ่ายไม่มีความสามารถชำระเงินตามเช็คได้ เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าผู้สั่งจ่ายมีเงินชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทได้เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค ก็ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับบริษัทด้วย และทุกครั้งที่เช็คของบริษัทขึ้นเงินไม่ได้ จำเลยที่ 2 จะชำระเงินให้ผู้เสียหายบางส่วนแล้วออกเช็คฉบับใหม่ให้ผู้เสียหายไว้สำหรับหนี้ส่วนที่เหลือตลอดมา การกระทำของจำเลยที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเงินชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายได้ การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าบริษัทเป็นผู้ออกเช็คพิพาทให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 เป็นเพียงตัวแทนทำในนามของบริษัท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฎีกาว่าผู้เสียหายบีบบังคับให้บริษัทและจำเลยที่ 2 ออกเช็คโดยรู้อยู่แล้วว่าผู้สั่งจ่ายไม่มีความสามารถชำระเงินตามเช็คได้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างสืบพยานโจทก์ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์สำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทได้เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค ก็ต้องถือว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำผิดกับบริษัทฯด้วย และทุกครั้งที่เช็คของบริษัทฯ ขึ้นเงินไม่ได้จำเลยที่๒ จะชำระเงินให้ผู้เสียหายบางส่วน แล้วออกเช็คฉบับใหม่ให้ผู้เสียหายไว้สำหรับหนี้ส่วนที่เหลือตลอดมา การกระทำของจำเลยที่ ๒ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ มีเงินชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายได้ ดังนี้การที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า บริษัทศุภมิตรการเครดิต จำกัด เป็นผู้ออกเช็คพิพาทให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงตัวแทนทำในนามของบริษัทฯ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฎีกาอีกว่าผู้เสียหายบีบบังคับให้บริษัทฯ และจำเลยที่ ๒ ออกเช็คโดยรู้อยู่แล้วว่าผู้สั่งจ่ายไม่มีความสามารถชำระเงินตามเช็คได้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาและเป็นยุติแล้ว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๒. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2530 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายสมบูรณ์ กิติกูลไพศาล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสมบูรณ์ กิติกูลไพศาล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราญฎร์ธานี - นายเกียรติพงศ์ อมาตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิธิ ไขแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา