⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2017/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2017/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพในข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้อง ถือว่าข้อเท็จจริงนั้นยุติแล้ว และจำเลยจะยกข้อเท็จจริงที่ตนมิได้โต้แย้งไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าของกลางเป็นสิ่งลามกอนาจาร จำเลยให้การรับสารภาพ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นสิ่งลามกอนาจาร เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย และจำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกการที่จำเลยฎีกาต่อมาว่าของกลางไม่ใช่สิ่งลามกอนาจารจึงเป็นการยกข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้โต้เถียงไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาอ้าง และเป็นการฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.287

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีสิ่งพิมพ์ลามกอนาจารไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกหรือแสดงออกแก่ประชาชน ตามของกลางรวม ๑๑ รายการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ของกลางลำดับที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๑๐ ไม่เป็นสิ่งลามก ไม่เป็นความผิดตามฟ้อง นอกนั้นเป็นความผิดพิพากษาลงโทษจำคุก ๓ เดือน ของกลางลำดับที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๑๐ ไม่ริบ นอกนั้นริบ จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าของกลางลำดับที่ ๕ ถึง ๙ และลำดับที่ ๑๑ ไม่ใช่สิ่งลามกเพราะภาพของกลางดังกล่าวเป็นภาพที่แสดงถึงส่วนสัดความสมบูรณ์ของร่างกายที่มิได้มีสิ่งปกปิด โดยเฉพาะส่วนล่างก็พยายามปกปิดหรือทำเป็นเพียงเงา ๆ และได้ลบเลือนให้เป็นอวัยวะที่ราบเรียบแล้วมีลักษณะไม่น่าเกลียดน่าอุดจาดบัดสีหรือเป็นภาพลามก และการที่จำเลยได้จำหน่ายจ่ายแจกของกลางดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าเป็นการจำหน่ายจ่ายแจกหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อแสดงออกแก่ประชาชน ซึ่งสิ่งลามกอนาจารแต่ประการใดนั้นศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องไว้ว่าของกลางลำดับที่ ๕ ถึง ๙ และลำดับที่ ๑๑ เป็นสิ่งลามกอนาจารจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องไม่ได้โต้เถียงว่าของกลางนั้นไม่ใช่สิ่งลามกอนาจาร จึงต้องฟังว่าของกลางลำดับที่ ๕ ถึง ๙ และลำดับที่ ๑๑ เป็นสิ่งลามกอนาจาร ทั้งปรากฏว่าจำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะแต่เพียงขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกเท่านั้น ดังนั้น ข้อที่จำเลยฎีกาว่าของกลางลำดับที่ ๕ ถึง ๙ และลำดับที่ ๑๑ ไม่ใช่สิ่งลามกอนาจารจึงเป็นการยกข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้โต้เถียงไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาอ้าง และเป็นการฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกามาจึงไม่ชอบ พิพากษายกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2017/2530 พนักงานอัยการศาลแขวงธนบุรี โจทก์ นายกวี ธนการพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงธนบุรี · จำเลย - นายกวี ธนการพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 203/2511ฎีกา 674/2549ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา