⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2071/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2530

พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.4, 7, 27

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้จัดหางานที่จะเป็นความผิดตามกฎหมาย ต้องเป็นการเรียกหรือรับค่าบริการจากผู้สมัครงานโดยตรง และผู้กระทำต้องมีสถานะเป็นผู้จัดหางานตามความหมายของกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การกระทำของผู้จัดหางานที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7 ผู้จัดหางานจะต้องเรียกหรือรับค่าบริการจากผู้สมัครงาน เมื่อจำเลยไม่เคยเรียกร้องหรือรับค่าบริการจากผู้สมัครงาน แต่บริษัท ก. ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหางานเป็นผู้เรียกหรือรับค่าบริการเอง และจำเลยไม่ได้อยู่ในฐานะผู้จัดหางานตามความหมายของมาตรา 4 เพราะจำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนงานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างจำเลยเป็นเพียงนายหน้าผู้หวังจะได้รับประโยชน์ตอบแทนจากบริษัท ก. ในการหาผู้เสียหายไปสมัครงานเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นผู้จัดหางานหรือร่วมจัดหางานโดยไม่รับอนุญาต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.7 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.7 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.27

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๙๑, ๓๔๑, ๓๔๓ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๓๘,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนให้ยกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานโดยเรียกหรือรับค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียน ส่วนค่าบริการตามความหมายในมาตรา ๔ นั้น หมายความถึงเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นซึ่งเป็นค่าตอบแทนการจัดหางาน ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของผู้จัดหางานที่จะเป็นความผิดตามมาตรา ๗ ดังกล่าว ผู้จัดหางานจะต้องเรียกหรือรับค่าบริการจากผู้สมัครงาน แต่กรณีของจำเลยนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยไม่ได้เคยเรียกร้องหรือรับค่าบริการจากผู้สมัครงานซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ แต่บริษัทแกรนด์ บีสเน็ซ เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหางานเป็นผู้เรียกหรือรับค่าบริการเอง และจำเลยก็ไม่อยู่ในฐานะผู้จัดหางาน ตามความหมายของมาตรา ๔ ด้วย เพราะจำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง จำเลยอยู่ในฐานเป็นเพียงนายหน้าผู้หวังที่จะได้รับประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทดังกล่าวเท่านั้น และจำเลยก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากบริษัทเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นผู้จัดหางานหรือร่วมจัดหางานโดยไม่รับอนุญาต พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2530 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายประเสริฐ จันทร์วัฒนพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายประเสริฐ จันทร์วัฒนพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายปราโมทย์ รัตนสุรีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพันธ์ น้อยสง่า
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4022/2558ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6196/2534ฎีกา 917/2564ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 8496/2558ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา