คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2088/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการก่อสร้างได้แล้วเสร็จและผู้มอบอำนาจได้รับเงินค่าก่อสร้างไปจนหมดสิ้นแล้ว ผู้รับมอบอำนาจย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างจากหน่วยงานที่จ่ายเงินอีกต่อไปโดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจเดิม.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจรับเงินค่าก่อสร้างโรงเรียน น.จากกรมสามัญศึกษาตลอดไปจนเสร็จงาน เมื่อได้ความว่าการก่อสร้างได้แล้วเสร็จและจำเลยผู้มอบอำนาจให้โจทก์รับเงินค่าก่อสร้างดังกล่าวได้รับเงินไป จากกรมสามัญศึกษาหมดสิ้นแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างจากกรมสามัญศึกษาโดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำให้ไว้ได้อีกย่อมไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไป ส่วนโจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยรับไปเพียงใดเป็นเรื่องที่จะไปฟ้องร้องว่ากล่าวเอากับจำเลยเป็นอีกส่วนหนึ่ง
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์มีสิทธิรับเงินจากกรมสามัญศึกษาตามหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้ ไม่ได้ฟ้องเรียกเงินหรือทรัพย์สินจากจำเลยด้วย จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท คู่ความเสียค่าขึ้นศาลในแต่ละศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เรียกเกินมาให้แก่คู่ความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจรับเงินค่าก่อสร้างโรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ จากกรมสามัญศึกษาตลอดไปจนเสร็จงานกรมสามัญศึกษากำหนดจ่ายเงินให้โจทก์ ๕ งวด โจทก์รับเงินจากกรมสามัญศึกษาแล้ว ๔ งวด เมื่อโจทก์ไปขอรับเงินงวดสุดท้าย ปรากฏว่าจำเลยได้บอกเลิกหนังสือมอบอำนาจในการรับเงินของโจทก์กับกรมสามัญศึกษา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือสัญญามอบอำนาจรับเงินตลอดไปจนเสร็จงาน
จำเลยให้การว่า การที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ไปรับเงินจากกรมสามัญศึกษาแทนจำเลยนั้น โจทก์กระทำไปในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยจำเลยขอรับเงินงวดสุดท้ายจากกรมสามัญศึกษาและขอยกเลิกการมอบอำนาจให้โจทก์รับเงินแทนจำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจรับเงินค่ารับเหมาก่อสร้างทั้งหมดตามหนังสือมอบอำนาจรับเงินตลอดไปจนงานแล้วเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจรับเงินค่าก่อสร้างโรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์จากกรมสามัญศึกษาตลอดไปจนเสร็จงาน แต่ได้ความว่าการก่อสร้างโรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ได้แล้วเสร็จและจำเลยผู้มอบอำนาจให้โจทก์รับเงินค่าก่อสร้างดังกล่าวได้รับเงินค่าก่อสร้างงวดที่ ๕ ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายจำนวน๑,๙๓๕,๐๐๐ บาทไปจากกรมสามัญศึกษาหมดสิ้นแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างจากกรมสามัญศึกษาโดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำให้ไว้ได้อีก เมื่อเป็นดังนี้ย่อมไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไป โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยรับไปเพียงใดเป็นเรื่องที่จะไปฟ้องร้องว่ากล่าวเอากับจำเลยเป็นอีกส่วนหนึ่งฎีกาจำเลยไม่จำต้องวินิจฉัย
คดีนี้โจทก์เพียงแต่ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์มีสิทธิรับเงินจากกรมสามัญศึกษาตามหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้ไม่ได้ฟ้องเรียกเงินหรือทรัพย์สินจากจำเลยด้วย จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลชั้นต้นให้คู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องเสียค่าขึ้นศาลในแต่ละศาล เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์มาไม่ถูกต้อง คู่ความควรเสียค่าขึ้นศาลในแต่ละศาลเพียง ๒๐๐ บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เรียกเกินมาให้แก่คู่ความไป
พิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยเกี่ยวกับเรื่องเงินค่าก่อสร้างโรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ใหม่ คืนค่าขึ้นศาลที่คู่ความเสียเกินมาในแต่ละศาลให้แก่คู่ความฝ่ายนั้นไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2088/2530
ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุรศักดิ์ก่อสร้าง โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดสมจิตต์ก่อสร้าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุรศักดิ์ก่อสร้าง · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสมจิตต์ก่อสร้าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสมชาย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา