คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์มรดกโดยทายาทร่วมกัน ถือว่าเป็นการครอบครองแทนกัน และทายาทแต่ละคนมีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุความตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
หลังจากเจ้ามรดกตายโจทก์และมารดาจำเลยซึ่งเป็นทายาทได้ร่วมกันครอบครองที่มรดกระยะหนึ่ง แม้โจทก์จะออกจากที่พิพาทไปนานเท่าใดก็ถือว่ามารดาจำเลยครอบครองแทนโจทก์ การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงอยู่ในฐานะเดียวกับมารดา ถือว่าโจทก์จำเลยครอบครองที่พิพาทร่วมกันและเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกดังกล่าว โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์ซึ่งตนเป็นเจ้าของรวมได้จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มาใช้บังคับไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางหลงมาเป็นบุตรนางเพ็งเจ้ามรดกซึ่งมีมรดกที่ดิน ๑ แปลง โจทก์และนายหลงมาครอบครองมานับแต่เจ้ามรดกตายต่อมานางหลงมาตายจำเลยซึ่งเป็นบุตรนางหลงมาได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกับโจทก์โจทก์จะต่อเติมบ้านจำเลยคัดค้านว่าเป็นที่ของจำเลยตาม น.ส.๓ ที่มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์จำเลยมีสิทธิในที่พิพาทร่วมกัน ให้จำเลยดำเนินการใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรวม มิฉะนั้นให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยผู้เดียว จำเลยได้รับโอนมาทางมรดกและครอบครองมา ๓๐ ปีแล้ว จึงไปขอออก น.ส.๓ ก.โจทก์เพิ่งมาอาศัยปลูกบ้านในที่พิพาท เมื่อโจทก์จะต่อเติมบ้านโดยพลการจำเลยจึงคัดค้านคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณาโจทก์ตาย นางทองบุตรโจทก์ขอเข้าเป็นคู่ความแทน
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลังจากนางเพ็งเจ้ามรดกตาย โจทก์และมารดาจำเลยผู้เป็นทายาทได้ร่วมกันครอบครองที่พิพาทอันเป็นมรดกระยะหนึ่งแล้วแม้โจทก์จะออกจากที่พิพาทไปนานเท่าใด ก็ถือว่ามารดาจำเลยที่ยังอยู่ครอบครองแทนโจทก์ การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงอยู่ในฐานะเดียวกับมารดาของตนคือครอบครองแทนโจทก์เช่นกัน โจทก์จึงยังมีสิทธิในที่พิพาทอันเป็นมรดกรายนี้..... ฯลฯ โจทก์จำเลยผู้มีสิทธิได้รับมรดกคือที่พิพาทได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา ถือได้ว่าได้ร่วมกันรับมรดกดังกล่าวและเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกดังกล่าวนั้นแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์ซึ่งตนเป็นเจ้าของร่วมได้จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ มาใช้บังคับหาได้ไม่
พิพากษากลับ เป็นว่าโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ให้จำเลยดำเนินการให้เจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลย มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2530
นางโพธิ์มีหรือโพธิ์ มงคล โจทก์
นางกระป๋อง พลวงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางโพธิ์มีหรือโพธิ์ มงคล · จำเลย - นางกระป๋อง พลวงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายวิทยา วีระประจักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร ยูงทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา