⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 240/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความร้องทุกข์ต้องเป็นการกล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวน การบันทึกข้อความในรายงานประจำวันของตำรวจที่ระบุเพียงว่ามีการโต้เถียงกันหรืออีกฝ่ายนำทรัพย์สินไป ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ที่สมบูรณ์หากไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญา.

ย่อคำพิพากษา

บันทึกรายงานประจำวันของตำรวจมีข้อความว่า โจทก์กับจำเลยมีกรณีโต้เถียงกันเรื่องค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา กับจำเลยเอาทรัพย์สินของโจทก์ไป แม้จะมีข้อความบันทึกว่าจำเลยแจ้งว่าโจทก์ได้มาตะโกนทวงหนี้และเอาทรัพย์สินไป แต่ก็ไม่มีข้อความว่าจำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาหมิ่นประมาท จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา.(ที่มา-เนติ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานตำรวจหาว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 137, 172,173 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ได้ตะโกนทวงหนี้และเอาเตาแก๊สของโจทก์ไปตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์นำสืบเอกสารหมาย จ.1ว่าเป็นคำร้องทุกข์ของจเลยต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารหมาย จ.1 นี้เป็นบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ซึ่งมีข้อความว่าโจทก์กับจำเลยมีกรณีโต้เถียงกันเรื่องค่าไฟฟ้าค่าน้ำประปา กับเอาทรัพย์สินของโจทก์ไป และตำรวจได้นำโจทก์จำเลยมายังสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเท่านั้น แม้เอกสารฉบับนี้ได้มีข้อความบันทึกไว้ว่า จำเลยแจ้งว่าโจทก์ได้มาตะโกนทวงหนี้และเอาทรัพย์สินไป ก็หาได้มีข้อความว่าจำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาหมิ่นประมาทจำเลยไม่ เอกสารดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ของจำเลยที่กล่าวหาโจทก์ว่าโจทก์กระทำความผิดทางอาญา ทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็เป็นเรื่องที่จำเลยดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยถ้อยคำต่าง ๆ ซึ่งโจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ข้อนำสืบของโจทก์จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องทั้งสิ้น ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลอันพึงประทับฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2530 นาย วิเชียร วิชิต เนติ นัย โจทก์ นางสาว สุรีพร เลิศประ สิทธิ ผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิเชียร วิชิต เนติ นัย · จำเลย - นางสาว สุรีพร เลิศประ สิทธิ ผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494ฎีกา 13195/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา