⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 244/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับของคู่ความที่พนักงานสอบสวนได้ยินมา แม้จะเป็นพยานบอกเล่า ก็รับฟังได้. การเรียกบริษัทประกันภัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ต้องเริ่มต้นสืบพยานใหม่.

ย่อคำพิพากษา

คำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่เบิกความว่าในการสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าขับรถกลับจากไปรับจ้างบรรทุกดิน ใน ทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขณะนำรถกลับมาไว้ที่อู่ก็เกิดเหตุขึ้นแม้จะเป็นพยานบอกเล่าแต่ก็เป็นคำบอกเล่าที่เป็นคำรับของคู่ความ รับฟังได้ การเรียกบริษัทประกันภัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อรับผิดตามสัญญาประกันภัยแทนจำเลยที่ 2 เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้วจะต้องเริ่มต้นสืบพยานกันใหม่ และแม้ศาลไม่เรียกบริษัทดังกล่าวเข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 ก็มีสิทธิที่จะเรียกร้องจากบริษัทดังกล่าวได้อยู่แล้วจึงไม่มีประโยชน์ที่จะเรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2ได้ขับรถยนต์บรรทุกในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลี้ยวเข้าซอยด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้เฉี่ยวส่วนท้ายของรถจักรยานยนต์ที่นายชาตรี แซ่ตั้ง ผู้ขับขี่และมีโจทก์ที่ 1 นั่งมาแฉลบกระเด็นเสียหลักล้มลง โจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายถึงตับฉีกขาดกระทบกระเทือนถึงปอด แพทย์ต้องตัดตับทิ้ง โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ที่ 1 ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลา ขาดรายได้เพราะต้องไปดูแลโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 12,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวม 144,366 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างและขับรถยนต์วันเกิดเหตุในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของฝ่ายโจทก์ โจทก์ที่ 1 เสียค่ารักษาไม่เกิน 10,000 บาทโจทก์ที่ 2 เสียหาย 2,400 บาท โจทก์ที่ 1 เสียค่าเดินทางไปรักษาตัวไม่เกิน 1,000 บาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 144,366 บาทเต็มตามฟ้องโจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 2,000 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 หรือไม่นั้น จำเลยที่ 2 เบิกความรับว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างที่ขับรถยนต์บรรทุกดินคันเกิดเหตุจริง และว่าจำเลยที่ 1ทำงานกับจำเลยที่ 2 ก่อนเกิดเหตุประมาณ 4-5 เดือน ไม่เคยละเมิดคำสั่งของจำเลยที่ 2 เลย ซึ่งโจทก์มีร้อยตำรวจโทสันติ ชอบทำกิจพนักงานสอบสวนคดีนี้มาเบิกความว่า ในการสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าขับรถกลับจากการไปรับจ้างบรรทุกดินในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขณะนำรถกลับมาไว้ที่อู่ก็เกิดเหตุขึ้น แม้จะเป็นพยานบอกเล่าแต่ก็เป็นคำบอกเล่าที่เป็นคำรับของคู่ความ น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ให้การต่อพนักงานสอบสวนตามความจริง ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1เอารถออกไปเอาของส่วนตัวของจำเลยที่ 1 เองก็คงมีแต่คำเบิกความของจำเลยที่ 2 คนเดียวไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ฉะนั้นจำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย สำหรับปัญหาสุดท้ายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกบริษัทประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทย จำกัดเข้าเป็นจำเลยร่วมเพื่อรับผิดตามสัญญาประกันภัยแทนจำเลยที่ 2 นั้นเห็นว่า คดีนี้ได้สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว หากจะให้เรียกบริษัทประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทยจำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมก็จะต้องเริ่มต้นสืบพยานกันใหม่ และเมื่อศาลชั้นต้นไม่เรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 ก็มีสิทธิที่จะเรียกร้องจากบริษัทดังกล่าวได้อยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์ที่จะเรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมอีก ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสอง 2,000 บาท". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2530 เด็ก ชาย วัชรพงศ์ กรวิทยานนท์ กับพวก โจทก์ นาย วินัย ดวง แป้น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็ก ชาย วัชรพงศ์ กรวิทยานนท์ กับพวก · จำเลย - นาย วินัย ดวง แป้น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 988/2485ฎีกา 4976/2536ฎีกา 609/2526ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 602/2488ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ