⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2587/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้เยาว์จะเต็มใจไปด้วย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายอายุ 15 ปี สมัครใจไปอยู่กับจำเลยที่ 1 และยินยอมร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 โดยสมัครใจ จำเลยไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 มีภริยาอยู่แล้วไม่คิดจะอยู่กินฉัน สามีภริยากับผู้เสียหายอย่างจริงจัง จำเลยที่ 1จึงมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็ม ใจไปด้วย ตาม ป.อ. มาตรา 319 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 318 โดยอ้างว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย แต่การที่จำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยลักษณะที่ผู้เยาว์เต็ม ใจไปด้วยหรือไม่เต็ม ใจไปด้วย ป.อ. ก็บัญญัติเป็นความผิดอยู่แล้ว ศาลย่อมลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่าได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 278, 310, 91, 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284, 310, 318, 91, 83 ลงโทษจำคุกฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร คนละ 3 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง คนละ 2 ปีฐานพรากผู้เยาว์ คนละ 5 ปี รวมสามกระทงเป็นจำคุกคนละ 10 ปีและจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก 10 ปี รวมทั้งสี่กระทงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี จำเลยที่ 1 นำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุำ18 ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้เสียหายซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีติดตามจำเลยที่ 1 ไปโดยสมัครใจและยอมร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 โดยสมัครใจด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พฤติการณ์แห่งคดีดังได้วินิจฉัยมาแล้วเชื่อได้ว่า ผู้เสียหายสมัครใจไปอยู่กับจำเลยที่ 1 และยินยอมร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 โดยสมัครใจ จำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง แต่ได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 มีภรรยาอยู่แล้วจำเลยที่ 1 คงไม่คิดจะอยู่กินฉันสามีภรรยากับผู้เสียหายอย่างจริงจังดังจะเห็นได้ว่า แทนที่จำเลยที่ 1 จะพาผู้เสียหายไปอยู่บ้านของตนเองกลับพาผู้เสียหายไปไว้ที่บ้านของจำเลยที่ 2 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 พรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 318 โดยอ้างว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย แต่การที่จำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยลักษณะที่ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่เต็มใจไปด้วย ประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติเป็นความผิดอยู่แล้ว ศาลย่อมลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่าได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง โจทก์ นาย เชี่ยวชาญ หรือ ชาญ เมือง แก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง · จำเลย - นาย เชี่ยวชาญ หรือ ชาญ เมือง แก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 19406/2555ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ