⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2726/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดอายุการทำงานไว้ การเลิกจ้างเมื่อลูกจ้างมีอายุครบกำหนดตามสัญญา ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า ศาลฎีกาพิพากษายืน เมื่อสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยข้อ 3 กำหนดว่าลูกจ้างจะต้องพ้นหน้าที่เมื่อมีอายุ 30 ปีบริบูรณ์ กรณีจึงต้องอยู่ในบังคับตามความในข้อ 3 ของสัญญาจ้างดังกล่าวอันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2529 โจทก์มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์วันที่ 23 เมษายน 2529 ในชั้นบังคับคดี ขณะนั้นโจทก์มีอายุเกิน 30 ปีแล้ว จำเลยได้มีคำสั่งที่ 08/2530 ให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2529 ถึงวันที่โจทก์มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ กับได้จ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยนำมาวางศาลดังนี้ ถือว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาครบถ้วนและถูกต้องแล้ว การบังคับคดีเป็นอันสิ้นสุด ที่โจทก์จำเลยได้ทำข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2530 เป็นเรื่องนอกเหนือจากคำพิพากษา ไม่อาจนำมาบังคับในคดีนี้ได้.(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 397/2524)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า โดยมีอัตราค่าจ้างเท่าเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในอัตราเดือนละ ๘,๔๔๕ บาทตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๒๙ เป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุดศาลแรงงานกลางออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๗ วัน ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันต่อหน้าศาลตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลจดไว้ในรายงาน ฯ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ว่า จำเลยตกลงให้เงินช่วยเหลือโจทก์จำนวน ๖ เท่าของเดือน และตกลงรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานห้องสมุดตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๓๐ ในอัตราค่าจ้างเดือนละ ๓,๕๔๐ บาทโดยนับอายุงานใหม่ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนรายงาน ฯ ดังกล่าวว่าเป็นกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ และขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยขอให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลแรงงานกลางเห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ มิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงไม่เพิกถอนให้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์ด้วยเหตุประการใดเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปว่ากล่าวกับจำเลยต่างหาก จำเลยอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้วนั้น เห็นว่าไม่ถูกต้องเพราะจำเลยจะบรรจุโจทก์เข้าทำงานใหม่ย้อนหลังไปเช่นนั้นไม่ได้ จะบรรจุเมื่อใดก็ต้องเป็นวันนั้น จึงมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา จำเลยอุทธรณ์แผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาจ้างฉบับลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๒๑ โดยความในข้อ ๓ กำหนดว่า.....ฯลฯ ลูกจ้างทราบแล้วว่าลูกจ้างต้องพ้นหน้าที่เมื่อลูกจ้างมีอายุครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์.....ฯลฯ เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม หรือเทียบเท่าตำแหน่งเดิมต่อไปนั้น กรณีจะต้องอยู่ในบังคับตามความในข้อ ๓ ของสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยฉบับดังกล่าว อันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย คือจำเลยจะต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานจนกว่าโจทก์จะมีอายุครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ต้องพ้นหน้าที่เท่านั้นคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางหาได้กำหนดให้จำเลยต้องจ้างโจทก์ตลอดไปโดยไม่ต้องบังคับตามสัญญาจ้างนั้น ไม่เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๒๙ ซึ่งโจทก์มีอายุครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๙ และจำเลยได้มีคำสั่งที่ ๐๘/๒๕๓๐ เรื่องให้รับพนักงานกลับเข้าทำงาน โดยให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๒๙ เป็นต้นไปจนถึงวันที่โจทก์มีอายุครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์ ตามสัญญาจ้างแรงงานฉบับลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๒๑ กับได้จ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยนำมาวางศาลไว้เพื่อชำระให้แก่โจทก์ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยครบถ้วนและถูกต้องแล้ว การบังคับคดีจึงเป็นอันสิ้นสุด ส่วนที่โจทก์จำเลยได้ทำข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ นั้น เป็นเรื่องนอกเหนือจากคำพิพากษา จึงไม่อาจที่จะนำมาบังคับในคดีนี้ได้ เทียบได้ตามนับคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๗/๒๕๒๔ พิพากษากลับ ให้ยกคำขอบังคับคดีของโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2530 นางชูนิภา โคดายาร์ โจทก์ บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชูนิภา โคดายาร์ · จำเลย - บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 859/2527ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6252/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา