⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 317/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ย้ายภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในฟ้องไปแล้ว การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาเดิมที่ระบุในฟ้อง โดยมีรายงานว่าไม่พบจำเลยและบุคคลข้างเคียงแจ้งว่าจำเลยย้ายไปแล้ว ถือว่าไม่สามารถส่งหมายโดยวิธีธรรมดาได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายได้ หากจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุที่ยื่นคำขอล่าช้าเพราะมีพฤติการณ์พิเศษนอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และยื่นคำขอภายใน 15 วันนับแต่พฤติการณ์ดังกล่าวสิ้นสุดลง ศาลชั้นต้นต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยก่อนมีคำสั่ง

ย่อคำพิพากษา

ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ย้ายภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในฟ้องไปแล้ว การที่พนักงานเดินหมายรายงานว่า ไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ระบุในฟ้อง พบบริษัทจำเลยปิดประตูใส่กุญแจทิ้งไว้ สอบถามบุคคลข้างเคียงได้ความว่าบริษัทจำเลยย้ายไปแล้วประมาณ 10 วัน ไม่ทราบไปอยู่ที่ไหนจึงถูกต้อง และเป็นกรณีที่ไม่สามารถส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยได้โดยวิธีธรรมดาศาลชั้นต้นสั่งให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายธรรมดา จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ภายหลัง 15 วันนับแต่วันส่งคำบังคับโดยอ้างว่าเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีเมื่อธนาคารแจ้งให้ทราบว่าศาลชั้นต้นสั่งอายัดเงิน เป็นการอ้างว่าเหตุที่ยื่นคำขอล่าช้าเพราะมีพฤติการณ์พิเศษนอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เมื่อจำเลยยื่นคำขอภายใน 15 วัน นับแต่พฤติการณ์ดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่ปรากฏว่าโจทก์ยังไม่มีโอกาสคัดค้านคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาย่อมให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย แล้วมีคำสั่งตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายกรณีที่ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ที่นายวิสิษฐ์ขับ นายวิสิษฐ์ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ ๑, ๒, ๓ ซึ่งเป็นมารดา ภริยา และบุตร ของผู้ตายตามลำดับ จึงนำคดีมาฟ้อง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นเงิน ๓๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องพ้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นจัดให้จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยถูกต้องแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยครั้งแรก พนักงานเดินหมายรายงานว่า ไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ระบุในฟ้องแต่พบบริษัทจำเลยปิดประตูใส่กุญแจทิ้งไว้ สอบถามบุคคลข้างเคียงแล้วได้ความว่าบริษัทจำเลยย้ายไปแล้วประมาณ ๑๐ วัน ไม่ทราบไปอยู่ที่ไหน โจทก์ยื่นคำแถลงว่าไปตรวจสอบหลักฐานจากสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าสำนักงานใหญ่ของจำเลยยังอยู่ที่เดิม จึงขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยประกาศหนังสือพิมพ์ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ประกาศหนังสือพิมพ์ส่วนกลางได้ ดังนี้ เมื่อจำเลยเองก็ยอมรับว่าได้ย้ายภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในฟ้องไปแล้ว ที่เจ้าหน้าที่ศาลรายงานตามรายงานเดินหมาย จึงถูกต้องและเป็นกรณีที่ไม่สามารถส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยได้โดยวิธีธรรมดา การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของโจทก์ให้ประกาศทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายธรรมดาจึงถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ แล้ว จำเลยยื่นคำร้องภายหลัง ๑๕ วันนับแต่วันส่งคำบังคับ โดยอ้างว่าเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีเมื่อสหธนาคาร จำกัด แจ้งให้ทราบว่าศาลชั้นต้นสั่งอายัดเงิน ซึ่งเป็นการอ้างว่าเหตุที่ยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ล่าช้า เพราะมีพฤติการณ์พิเศษนอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และจำเลยได้ยื่นคำขอภายใน ๑๕ วันนับแต่พฤติการณ์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ซึ่งโจทก์ยังไม่มีโอกาสคัดค้านคำร้องของจำเลย จึงเห็นควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยเสียก่อน แล้วมีคำสั่งตามรูปคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2530 นางยกไล้ เทพาสิต กับพวก โจทก์ บริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อบเมนต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางยกไล้ เทพาสิต กับพวก · จำเลย - บริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อบเมนต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายกิติ ณ กาฬสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 9028/2542ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 2280/2559ฎีกา 403/2530ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5768/2534ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1592/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา