คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3500/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของลูกจ้างที่นอกเหนือคำสั่งโดยตรง แต่เป็นการกระทำที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่งานของนายจ้าง หรือเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่นายจ้างมอบหมายให้นั้น นายจ้างต้องร่วมรับผิดด้วย
ย่อคำพิพากษา
ขณะที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลยที่ 2 โดยประมาทชนรถจักรยานยนต์ที่บุตรโจทก์ขับขี่เป็นเหตุให้บุตรโจทก์และผู้นั่งซ้อนท้ายถึงแก่ความตายนั้น จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 และได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 2 ให้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปปฏิบัติงานที่การไฟฟ้าจังหวัดอ่างทอง ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปช่วยยกเสาไฟฟ้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยจำเลยที่ 2 มิได้สั่ง แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะมิได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 2 แต่งานดังกล่าวก็เป็นงานของจำเลยที่ 2 โดยตรงประกอบกับจำเลยที่ 2 มอบให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ที่ใช้ประจำอยู่ในกรุงเทพมหานครไปใช้ต่างจังหวัด เป็นการมอบให้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ควบคุมดูแลรถยนต์นั้นจนกว่าจะนำกลับมาส่งมอบยังสถานที่เดิมการที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันดังกล่าวในคืนเกิดเหตุจึงเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาของนายจำลอง สภาพพร ผู้ตายจำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงชนรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้ตายขับขี่และนายประสงค์ หน้างามนั่งซ้อนท้าย เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูรวมเป็นเงิน ๑๗๔,๒๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ มิได้กระทำละเมิด หากจำเลยที่ ๑ กระทำผิดจริงก็เป็นการกระทำนอกทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๓๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ โดยประมาท ชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่มาและผู้นั่งซ้อนท้ายถึงแก่ความตายจริงแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ขณะจำเลยที่ ๑ กระทำผิด จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ ๒ ให้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปปฏิบัติงานที่การไฟฟ้า อำเภอวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทองเพื่อก่อสร้างขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้า จำเลยที่ ๑ ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปช่วยยกเสาไฟฟ้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนวันเกิดเหตุ ๑ วัน โดยจำเลยที่ ๒ มิได้สั่งเห็นว่าแม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ ๒ แต่งานดังกล่าวก็เป็นงานของจำเลยที่ ๒ โดยตรง ประกอบกับจำเลยที่ ๒ มอบให้จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์ที่ใช้ประจำอยู่ในกรุงเทพมหานครไปใช้ต่างจังหวัด เป็นการมอบให้จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ควบคุมดูแลรถยนต์นั้นจนกว่าจะนำกลับมาส่งมอบยังสถานที่เดิม นอกจากนี้ได้ความจากนายจุมพฏ ศรีสุกใส พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้ควบคุมงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทอง ว่าได้เคยอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปพักนอนที่จังหวัดอ่างทองเสมอ การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ดังกล่าวในคืนเกิดเหตุจึงเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วยฯลฯ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3500/2530
นางยงค์ สภาพพร โจทก์
นายบุญชู จันทร์สุกรี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางยงค์ สภาพพร · จำเลย - นายบุญชู จันทร์สุกรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสลิล สินจำหน่าย · ศาลอุทธรณ์ - นายชูศักดิ์ บัณฑิตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา