⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3615/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3615/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบฉันทะให้บุคคลอื่นกระทำการแทนทนายความในคดีอาญา ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64 หรือเป็นกรณีที่ศาลเห็นสมควรเท่านั้น และการขอเลื่อนคดีด้วยวาจาต้องกระทำโดยตัวความหรือทนายความเท่านั้น หากไม่สามารถมาศาลได้ ต้องทำคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรและมอบฉันทะให้บุคคลอื่นมายื่น.

ย่อคำพิพากษา

การมอบฉันทะและการขอเลื่อนคดีในคดีอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้ จึงต้องนำประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแทนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ทนายความอาจมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาทำการแทนได้ในกิจการที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง มาตรา 64 เท่านั้นสำหรับกิจการอื่นต้องพิเคราะห์เป็นเรื่อง ๆ ไปว่าเป็นกิจการที่สำคัญซึ่งโดยสภาพเป็นที่เห็นได้ว่าทนายความจะต้องกระทำด้วยตนเองหรือไม่ คำขอเลื่อนคดีด้วยวาจา จะต้องกระทำโดยตัวความหรือทนายความเท่านั้น หากตัวความหรือทนายความไม่อาจมาศาลได้ จะต้องทำคำขอเลื่อนคดีเป็นลายลักษณ์อักษร และมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมายื่นต่อศาลผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ไม่มีอำนาจแถลงด้วยวาจาขอ เลื่อนคดีต่อศาล การที่ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีต่อศาลด้วยวาจา ถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ เมื่อโจทก์และทนายโจทก์ไม่ได้ขอเลื่อนคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งไม่มาศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ การที่ศาลมีคำสั่งตัดพยานโจทก์ที่เหลือ จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.64

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๑๘๘, ๘๓, ๙๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ ๔ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ เกินอำนาจของศาลชั้นต้น จึงให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๔ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ จำเลยที่ ๔ ให้การปฏิเสธ วันสืบพยานโจทก์นัดแรก โจทก์นำพยานเข้าสืบได้ ๑ ปากแล้วโจทก์แถลงขอเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือในนัดต่อไปศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ต่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาถึงวันนัดโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล คงมีแต่เสมียนผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์มาศาล จำเลยที่ ๔ ยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่มาศาล และมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ขอให้ศาลสั่งตัดพยานโจทก์และนัดสืบพยานจำเลยที่ ๔ ศาลชั้นต้นนั่งพิจารณาเวลา ๑๑.๕๕ นาฬิกา เสมียนทนายโจทก์แถลงว่าทนายโจทก์ติดธุระไม่มาศาลและขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นถือว่าโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานที่เหลือจึงสั่งตัดพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานโจทก์ไม่ชอบขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การที่ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายทำการแทนในกรณีดังต่อไปนี้ คือ ทราบคำสั่งศาล ทราบวันนัด และแถลงต่อศาลด้วยวาจานั้นผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ดังกล่าวจะมีอำนาจแถลงต่อศาลด้วยวาจาขอเลื่อนคดีด้วยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ในเรื่องการมอบฉันทะและการขอเลื่อนคดีนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแทนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ เห็นว่าเรื่องทนายความมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทำการแทนนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖๔ บัญญัติว่า 'เว้นแต่ศาลจะได้สั่งเป็นอย่างอื่นฯลฯ คู่ความหรือทนายความอาจแต่งตั้งให้บุคคลใดทำการแทนได้ โดยยื่นใบมอบฉันทะต่อศาลทุกครั้ง เพื่อกระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือกำหนดวันนัดพิจารณาหรือวันสืบพยานหรือวันฟังคำสั่งคำบังคับหรือคำชี้ขาดใด ๆ ของศาล มาฟังคำสั่งคำบังคับหรือคำชี้ขาดใดๆ ของศาลหรือสลักหลังรับรู้ซึ่งข้อความนั้นๆ รับสำเนาคำให้การ คำร้องหรือเอกสารอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๑ และ ๗๒ และแสดงการรับรู้สิ่งเหล่านั้น' จะเห็นได้ว่ากฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าทนายความอาจมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาทำการแทนในกิจการ ๓ เรื่องดังกล่าวเท่านั้น สำหรับกิจการนอกจากนี้ต้องพิเคราะห์เป็นเรื่องๆ ไป ว่าเป็นกิจการที่สำคัญ ซึ่งโดยสภาพเป็นที่เห็นได้ว่าทนายความจะต้องกระทำด้วยตนเองหรือไม่ พิเคราะห์แล้วการขอเลื่อนคดีนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๐ วรรคแรกบัญญัติว่า 'ฯลฯ'วรรคสาม บัญญัติว่า 'ฯลฯ' ศาลฎีกาเห็นว่าโดยสภาพแล้ว คำขอเลื่อนคดีด้วยวาจานั้นจะต้องกระทำโดยตัวความหรือทนายความเท่านั้น หากตัวความหรือทนายความไม่อาจมาศาลได้ก็จะต้องทำคำขอเลื่อนคดีเป็นลายลักษณ์อักษรและมอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมายื่นต่อศาล ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะแถลงด้วยวาจาขอเลื่อนคดีต่อศาล และถือไม่ได้ว่าการที่ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีต่อศาลด้วยวาจานั้น เป็นการแจ้งเหตุขัดข้องที่โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลให้ศาลทราบด้วย เมื่อโจทก์และทนายโจทก์ไม่ได้ขอเลื่อนคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ทั้งโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลและมิได้แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลให้ศาลทราบ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานโจทก์ที่เหลือ จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้วฯลฯ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3615/2530 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามกิติ โจทก์ บริษัทไทยสิงค์ ชิปปิ้งเซอร์วิส จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามกิติ · จำเลย - บริษัทไทยสิงค์ ชิปปิ้งเซอร์วิส จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายศุภชัย สมเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วิ+ุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 5640/2540ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา