คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4092/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญาเรื่องอาวุธปืน ต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามกฎหมายนั้นจริง หากโจทก์นำสืบไม่ได้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามกฎหมายนั้นไม่ได้.
หากการกระทำผิดเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ศาลสามารถลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ได้.
ย่อคำพิพากษา
แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายแต่การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในข้อหามีและ พาอาวุธปืน ฯ โดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ นั้นโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงเมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างไร ปืนที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นปืนมีทะเบียนหรือไม่ไม่อาจทราบได้ จึงลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ไม่ได้ แต่ปรากฏว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ในหมู่บ้าน ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒, ๙๑, ๒๘๙, ๓๗๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๗๑, ๙๑ ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗๒ จำคุก ๒ ปีลงโทษตามมาตรา ๗๒ ทวิ อันเป็นบทหนักกว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จำคุกจำเลย ๑ ปี ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ให้ประหารชีวิตจำเลยแม้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงก็ตาม เมื่อกระทงหนึ่งมีโทษหนักถึงประหารชีวิตแล้ว จึงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยเพียงสถานเดียว
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตายแต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ตามที่โจทก์ฟ้องนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงแต่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นเลยว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้อย่างไร ปืนที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นปืนมีทะเบียนหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ อย่างไรก็ตามข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ นั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้เพราะปรากฏตามแผนที่สังเขปแสดงบริเวณที่เกิดเหตุว่าที่เกิดเหตุอยู่ในหมู่บ้าน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๗๑ ลงโทษจำคุกจำเลย ๒๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และปรับจำเลย ๗๐ บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ รวม ๒ กระทงจำคุกจำเลย ๒๐ ปีและปรับ ๗๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขัง ๑ วันข้อหาอื่นให้ยกเสีย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4092/2530
พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์
นายชูเกตุ หรือหนอง วันควร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายชูเกตุ หรือหนอง วันควร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายเฉลิมชัย ตันตยานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา