⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4166/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นข้อเรียกร้องตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 13 อาจเป็นการขอให้กำหนดข้อตกลงใหม่ ยกเลิกข้อตกลงเดิม หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีอยู่. หากสหภาพแรงงานไม่ปฏิบัติตามมาตรา 16 ในการแจ้งชื่อผู้แทนและเริ่มเจรจาภายในเวลาที่กำหนด นายจ้างมีสิทธิปิดงานได้.

ย่อคำพิพากษา

การยื่นข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 13 อาจเป็นการขอให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งเดิมไม่มีอยู่หรือขอให้ยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างที่มีและใช้บังคับอยู่เสียหรืออาจเรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างคือเพิ่มหรือ ลด ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นก็ได้ สหภาพแรงงานโจทก์ได้รับข้อเรียกร้องของบริษัทจำเลยแล้วจะต้องแจ้งชื่อโจทก์หรือผู้แทนเป็นหนังสือให้จำเลย โดยมิชักช้าและจะต้องเริ่มเจรจากันภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเรียกร้องตามพระราชบัญญัติแรงงาน สัมพันธ์ ฯ มาตรา 16 แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจนจำเลยแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทโจทก์ก็ยัง คงไม่ยอมเข้าเจรจาด้วยจำเลยจึงมีสิทธิปิดงานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.15 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.16 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แจ้งข้อเรียกร้องต่อโจทก์รวม ๓ ข้อ แต่โจทก์ไม่มีอำนาจเจรจาข้อเรียกร้องของจำเลยได้ทันที เพราะโจทก์ยังมิได้มติจากที่ประชุมใหญ่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา ๑๐๓ (๒) ได้แจ้งเหตุขัดข้องต่อจำเลยและแรงงานจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ระหว่างจะขอมติจากสมาชิกจำเลยได้ปิดงานโดยไม่ชอบ จำเลยกลั่นแกล้งแจ้งข้อเรียกร้องต่อโจทก์ จำเลยควรแจ้งแก่ลูกจ้างทั้งหมดการแจ้งข้อเรียกร้องของจำเลยไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการปิดงาน ให้รับสมาชิกของโจทก์กลับเข้าทำงาน และใช้ค่าเสียหายกับขอให้ยกเลิกข้อเรียกร้องของจำเลยเสีย จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่มีมติที่ประชุมใหญ่จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ไม่ยอมแต่งตั้งผู้แทนเข้าเจรจากับจำเลยภายใน ๓ วัน เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา ๑๖ จำเลยจึงแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาท โจทก์ไม่ไปเจรจาตามที่พนักงานประนอมข้อพิพาทนัดหมาย จำเลยจึงแจ้งปิดงาน ซึ่งกระทำไปโดยชอบขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การแจ้งข้อเรียกร้องและการปิดงานของจำเลยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ โจทก์แจ้งแก่จำเลยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจเจรจาเพราะต้องประชุมใหญ่เพื่อขอมติจากสมาชิก จึงไม่ได้มีการเจรจากันเมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน จำเลยแจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทและนัดเจรจากันต่อไป เมื่อถึงกำหนดนัด โจทก์อ้างว่าคณะกรรมการไม่มีอำนาจเจรจาได้เพราะยังไม่ได้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติให้นายจ้างหรือลูกจ้างต่างมีสิทธิยื่นข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่ง และข้อเรียกร้องนี้อาจเป็นการขอให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งหมายความว่า ขอให้กำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เดิมไม่มีอยู่หรือขอให้ยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีและใช้บังคับอยู่นั้นเสียโดยขอให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใหม่ หรืออาจเรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งหมายความว่ามีสิทธิขอให้เพิ่มหรือลดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นได้ด้วย กรณีจึงมิใช่มีความหมายว่าจำเลยไม่มีสิทธิยื่นข้อเรียกร้องเพื่อยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งหมด หรือข้อเรียกร้องของจำเลยขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้รับข้อเรียกร้องของจำเลยแล้ว โจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๖ คือแจ้งชื่อโจทก์หรือผู้แทนเป็นหนังสือให้จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องโดยมิชักช้า และโจทก์จำเลยจะต้องเริ่มเจรจากันภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเรียกร้องนั้น แต่โจทก์ก็มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบัญญัติดังกล่าว จนกระทั่งจำเลยแจ้งข้อพิพาทแรงงานนี้ต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเพื่อดำเนินการโจทก์ก็ยังคงไม่ยอมเข้าเจรจาด้วย จำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยชอบแล้วและมีสิทธิปิดงานได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2530 สหภาพแรงงานฮิตาชิบางกอกเคเบิ้ล โจทก์ บริษัทฮิตาชิบางกอกเคเบิ้ล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหภาพแรงงานฮิตาชิบางกอกเคเบิ้ล · จำเลย - บริษัทฮิตาชิบางกอกเคเบิ้ล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายพูนศักดิ์ จงกลนี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2004/2527ฎีกา 7337/2549ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 2681-2683/2545ฎีกา 2725/2530ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1128/2544ฎีกา 2042/2525ฎีกา 4532/2541ฎีกา 5274/2530ฎีกา 3619/2529ฎีกา 3546/2525ฎีกา 3415/2525ฎีกา 3815/2529ฎีกา 12710/2555ฎีกา 3514/2525ฎีกา 3117-4287/2544ฎีกา 5061/2533ฎีกา 2490/2526ฎีกา 2686/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา