⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5926/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5926/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างประกาศใช้ระเบียบใหม่ปรับปรุงอัตราเงินเดือนโดยแบ่งครึ่งของแต่ละลำดับ โดยที่ลูกจ้างยังไม่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้ระเบียบใหม่นั้น ยังไม่ถือว่านายจ้างได้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของลูกจ้าง ลูกจ้างจึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนระเบียบดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า เดิมมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนอยู่แล้ว ต่อมาจำเลยประกาศใช้ระเบียบใหม่ปรับปรุงอัตราเงินเดือนโดยแบ่งครึ่งของแต่ละลำดับโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์เนื่องจากจำเลยสามารถพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้โจทก์เพียงครึ่งขั้นในรอบปีได้ ซึ่งปกติโจทก์ควรจะได้รับการพิจารณาเลื่อน 1 ขั้นเป็นอย่างน้อย ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำบัญชีอัตราเงินเดือนที่ได้ประกาศใช้ใหม่มาใช้บังคับกับ โจทก์แล้ว จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนของพนักงานของจำเลยกำหนดไว้ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค. ๐๕๑๒/๒๘๑๓๔ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ตามบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว มิได้มีการกำหนดเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนครึ่งขั้นแต่อย่างใดต่อมาวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยประกาศใช้ระเบียบว่าด้วยมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานเพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานมีทั้งหมด ๔๒ ลำดับ และปรับปรุงอัตราค่าจ้างเงินเดือนโดยแบ่งครึ่งของแต่ละลำดับโดยไม่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหรือหารือกระทรวงการคลัง ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างอันไม่เป็นคุณแก่โจทก์ และจากระเบียบนี้ทำให้จำเลยสามารถพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนแก่โจทก์เพียงครึ่งขั้นในรอบปีได้ซึ่งโดยปกติแล้วในการพิจารณาเลื่อนขั้นในรอบปีแต่ละปีโจทก์ควรจะได้รับการพิจารณาเลื่อน ๑ ขั้นเป็นอย่างน้อย ขอให้เพิกถอนบัญชีกำหนดอัตราเงินเดือนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ จำเลยให้การว่า อัตราเงินเดือนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ที่โจทก์อ้างตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.๐๒๕๑๒/๒๘๑๓๔ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ เป็นเพียงตารางแสดงการขยายอัตราเงินเดือนอีก ๒ ขั้นจำเลยไม่มีอำนาจกำหนดอัตราเงินเดือนได้เอง แต่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีต่อมาวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยประกาศใช้ระเบียบฯ ว่าด้วยมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงาน (ฉบับที่ ๒) จำเลยได้นำบัญชีท้ายคำสั่งบริหารดังกล่าวผนวกไว้เป็นส่วนหนึ่งในระเบียบว่าด้วยมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงาน (ฉบับที่ ๒) คือ บัญชีอัตราเงินเดือนที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนท้ายฟ้องบัญชีอัตราเงินเดือนที่โจทก์กล่าวอ้างจึงไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าบัญชีอัตราเงินเดือนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ ไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกำหนดว่า พิเคราะห์แล้ว ก่อนที่จะได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ สมควรจะได้วินิจฉัยเสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องสรุปความได้ว่าเดิมได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนของพนักงานจำเลย ซึ่งกำหนดตามหนังสือกระทรวงการคลัง ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ มิได้มีการกำหนดอัตราเงินเดือนครึ่งขั้น ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยประกาศใช้ระเบียบสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยว่าด้วยมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานโดยกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานไว้ ๔๒ ลำดับจำเลยได้ปรับปรุงอัตราเงินเดือนโดยแบ่งครึ่งของแต่ละลำดับโดยมิได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหรือหารือกระทรวงการคลังก่อน ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ ขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๒๐ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยจำเลยสามารถพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่โจทก์เพียงครึ่งขั้นในรอบปีได้ ซึ่งโดยปกติการพิจารณาเลื่อนขั้นควรได้รับการพิจารณาเลื่อน ๑ ขั้นเป็นอย่างน้อย จากคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำบัญชีอัตราเงินเดือนและค่าจ้างของพนักงานและลูกจ้างตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ มาใช้บังคับกับโจทก์แล้วแต่อย่างใด ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นแต่เพียงคาดคะเนว่าจำเลยอาจจะเลื่อนขั้นเงินเดือนให้โจทก์ครึ่งขั้นได้เท่านั้นเมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่า จำเลยได้นำบัญชีอัตราเงินเดือนและค่าจ้างของพนักงานและลูกจ้างตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ มาใช้บังคับกับโจทก์แล้วดังนี้จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนบัญชีกำหนดอัตราเงินเดือนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ และปัญหาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้น แม้จะมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางก็ตาม แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของโจทก์อีกต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5926/2530 นายสวัสดิ์ หนูขาว ฯ โจทก์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวัสดิ์ หนูขาว ฯ · จำเลย - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายไพรัช สันติเสวี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4369/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา