⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4241/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4241/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ถือเป็นค่าเช่าซื้อ จึงไม่อยู่ภายใต้อายุความ 2 ปี แต่ให้บังคับตามอายุความทั่วไป 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระมิใช่ค่าเช่าซื้อ สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่ตก อยู่ ในบังคับอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(6) กรณีต้องบังคับตามอายุความทั่วไปซึ่งกำหนดไว้ 10 ปี เมื่อจำเลยผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตน เสมือนเป็นลูกหนี้ร่วมกับผู้เช่าซื้อ จำเลยก็มีหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายและตามสัญญาเช่นเดียวกับผู้เช่าซื้อ รวมทั้งต้องส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อแก่โจทก์ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.691

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ป.ผู้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไปจากโจทก์ ให้ส่งรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 10,000 บาทแทน กับให้ใช้ค่าเสียหาย1,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกรถจักรยานยนต์คืนจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 10,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) ใช้บังคับกรณีบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า แม้สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าประกอบกับคำมั่นว่าจะขาย และค่าเช่าซื้อเป็นค่าเช่าในการใช้ทรัพย์สินก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระมิใช่ค่าเช่าซื้อ สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ทั้งกฎหมายลักษณะเช่าก็มิได้บัญญัติในเรื่องอายุความไว้เป็นพิเศษ กรณีจึงต้องบังคับตามลักษระอายุความทั่วไปซึ่งกำหนดไว้ 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไป จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันควรจำกัดอยู่แต่เฉพาะในกรณีที่มีระบุไว้ในสัญญาให้ต้องรับผิดเท่านั้น เมื่อในสัญญาค้ำประกันมิได้ระบุให้จำเลยต้องส่งมอบรถจักรยานยนต์คืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาแล้วจำเลยก็ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถจักรยานยนต์คืนให้โจทก์ ดังนี้เห็นว่า เมื่อเงื่อนไขตามสัญญาค้ำประกันตลอดจนคำแถลงรับของจำเลยปรากฏชัดว่า จำเลยยอมผูกพันตรเสมือนเป็นลูกหนี้ร่วมกับผู้ที่ตนเข้าค้ำประกันแล้ว เช่นนี้ บรรดาหน้าที่และความรับผิดใด ๆ ที่สัญญาหรือกฏหมายกำหนดไว้ จำเลยย่อมต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับผู้เช่าซื้อที่ตนเข้าค้ำประกัน ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้เช่าซื้อผิดสัญญาโจทก์ ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อจึงชอบที่จะกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้และผู้เช่าซื้อก็มีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์ จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงมีภาระต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน และเมื่อจำเลยไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินให้โจทก์ได้ จำเลยก็ต้องใช้ราคา จำเลยจะมาปฏิเสธความรับผิดในภายหลังโดยอ้างว่าเงื่อนไขข้อนี้ไม่ระบุไว้ในสัญญาได้ไม่ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4241/2530 บริษัท ฐิติกร จำกัด ฯ โจทก์ นาง ยุ วดี แซ่เอี้ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ฐิติกร จำกัด ฯ · จำเลย - นาง ยุ วดี แซ่เอี้ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1800/2511ฎีกา 4082/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 978/2510ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 2768/2519ฎีกา 923/2523ฎีกา 4145/2542ฎีกา 156/2513ฎีกา 602/2490ฎีกา 6555/2538ฎีกา 7631/2552ฎีกา 746/2533ฎีกา 142/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1361/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ