⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4276/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4276/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยขาดนัด ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีไม่ได้จนกว่าจะได้พิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่ามีมูลตามข้ออ้างแห่งฟ้อง และหากจำเลยอีกฝ่ายให้การต่อสู้คดี ศาลต้องฟังพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายในประเด็นพิพาท และอาจพิพากษายกฟ้องได้หากฟังว่าเหตุไม่ได้เกิดเพราะความประมาทของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขับรถยนต์ และจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ให้ร่วมกันรับผิดในการที่จำเลยที่ 1ขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยเสียหายจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ดังนี้ แม้หากฝ่ายจำเลยขาดนัดไม่มาศาล ศาลก็ยังวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีไม่ได้จนกว่าจะได้พิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่าคดีมีมูลตามข้ออ้างแห่งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 ทั้งเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้การและนำสืบต่อสู้คดี จึงเป็นกรณีที่ต้องฟังพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายในประเด็นพิพาทว่าจำเลยที่ 1 กระทำการโดยประมาทตามที่โจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องหรือไม่ และศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเมื่อฟังว่า เหตุมิได้เกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ฟ้องโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์โดยสารประจำทางไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ โดยประมาทชนท้ายรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นม.-๒๕๖๑๐ ซึ่งนายทวีขับขี่มาเกิดอุบัติเหตุจอดอยู่ก่อนได้รับความเสียหาย โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จัดการซ่อมรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นม.-๒๕๖๑๐ แล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย ๑๒,๗๕๐ บาท จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เหตุรถชนคันเกิดจากความประมาทของนายทวีที่จอดรถไว้บนผิวจราจรในเวลากลางคืนโดยไม่เปิดไฟ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า เหตุเกิดเพราะความผิดของนายทวีฝ่ายเดียวพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยในชั้นนี้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ บัญญัติให้ภาระการพิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันเกิดเหตุตามฟ้อง เมื่อจำเลยที่ ๑ ขาดนัดไม่มาศาลอันทำให้ไม่มีโอกาสพิสูจน์หักล้างข้อหาตามฟ้อง จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีนั้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้หากฝ่ายจำเลยขาดนัดไม่มาศาล ศาลก็ยังวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีไม่ได้จนกว่าจะได้พิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า คดีมีมูลตามข้ออ้างแห่งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ ทั้งคดีนี้จำเลยที่ ๒ ได้ให้การและนำสืบต่อสู้คดี จึงเป็นกรณีที่ต้องฟังพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายในประเด็นพิพาทว่าจำเลยที่ ๑ กระทำการโดยประมาทตามที่โจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องหรือไม่ หาใช่กรณีที่ศาลจะต้องฟังแต่เฉพาะพยานโจทก์ฝ่ายเดียวว่าจำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายประมาทดังที่โจทก์ฎีกาไม่และศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเมื่อฟังว่าเหตุมิได้เกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๑ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4276/2530 บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสุชาติ เทอดพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายสุชาติ เทอดพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1660/2518ฎีกา 70/2518ฎีกา 3912/2526ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา