⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4379/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4379/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ หากผู้เอาประกันแถลงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับสุขภาพของตน และผู้รับประกันภัยทราบความจริงจะไม่รับประกันชีวิตไว้ ผู้รับประกันภัยที่ประสงค์จะบอกล้างสัญญา ต้องนำสืบให้ได้ความว่าตนทราบมูลอันจะบอกล้างเมื่อใด และได้บอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เอาประกันชีวิตรู้อยู่แล้วตั้งแต่เข้าทำสัญญาประกันชีวิตว่าตน ป่วยเป็นโรคลมชัก แต่แถลงข้อความเป็นเท็จว่าตน มีสุขภาพดีซึ่งหากผู้รับประกันภัยทราบความจริงจะไม่รับประกันชีวิตไว้ เช่นนี้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ จำเลยผู้รับประกันชีวิต ให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้บอกล้างสัญญาประกันชีวิตที่ตก เป็นโมฆียะแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความว่าจำเลยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ตั้งแต่เมื่อใดและได้บอกล้างสัญญาดังกล่าวภายใน 1 เดือนนับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างแล้ว การที่จำเลยนำสืบแต่เพียงว่าจำเลยได้มีหนังสือแจ้งการบอกล้างไปยังผู้รับประโยชน์เท่านั้นยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้นำสืบถึงการบอกล้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรค 2.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.865

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางสาวเสนาะ บุตรของโจทก์ทั้งสองได้ทำสัญญาประกันชีวิตจำนวนเงิน 100,000 บาท แบบสะสมปันผล และมีสัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพ ระบุไว้ว่า หากผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่กรรมโดยอุบัติเหตุ จำเลยจะจ่ายเงินจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่เอาประกัน ระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่ ผู้เอาประกันชีวิตได้ถึงแก่กรรมเพราะประสบอุบัติเหตุลื่นล้มตกลงไปในบ่อน้ำโจทก์ทั้งสองขอรับเงินแล้วแต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า นางสาวเสนาะ ผู้เอาประกันชีวิตขอเอาประกันชีวิตโดยรู้ตัวดีว่าตนเจ็บป่วยด้วยโรคลมชักอยู่แล้ว แต่ปกปิดความจริงไม่แถลงให้จำเลยทราบและได้แถลงเป็นความเท็จว่ามีสุขภาพสมบูรณ์ดีซึ่งถ้าได้แถลงความจริงให้จำเลยทราบจำเลยจะไม่ยอมทำสัญญาประกันชีวิตด้วย สัญญาประกันชีวิตดังกล่าวตกเป็นโมฆียะจำเลยได้บอกล้างสัญญาไปยังโจทก์ทั้งสองแล้ว สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ก่อนทำสัญญาประกันชีวิต ผู้เอาประกันชีวิตรู้อยู่แล้วว่าตนป่วยเป็นโรคลมชัก แต่แถลงข้อความเป็นเท็จว่าตนมีสุขภาพดี... หากผู้เอาประกันชีวิตแถลงว่าเป็นโรคลมชัก จำเลยจะไม่รับประกันชีวิตไว้ ดังนี้... สัญญาประกันชีวิตดังกล่าวนั้นเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 มีปัญหาว่า จำเลยทราบว่าผู้เอาประกันชีวิตเป็นโรคลมชักอันเป็นมูลที่จะบอกล้างสัญญาประกันชีวิตดังกล่าวได้เมื่อใด และได้บอกล้างสัญญาดังกล่าวภายใน 1 เดือน ตามมาตรา 865 วรรคสอง แล้ว ดังที่จำเลยต่อสู้และฎีกาหรือไม่ เห็นว่าปัญหานี้จำเลยให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้างตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 แต่ปรากฏว่านายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการรองผู้จัดการของจำเลย พยานจำเลยเบิกความเพียงว่า หลังจากที่รับประกันแล้ว ได้ทำการตรวจสอบประวัติผู้เอาประกันชีวิต ปรากฏว่าผู้เอาประกันชีวิตเป็นโรคลมชัก หากผู้เอาประกันชีวิตแถลงว่าเป็นโรคดังกล่าวแล้ว จำเลยจะไม่รับประกันชีวิตไว้ แต่พยานปากนี้มิได้เบิกความให้แน่ชัดว่าจำเลยทราบว่า ผู้เอาประกันชีวิตเป็นโรคลมชักซึ่งถือว่าเป็นมูลอันจะบอกล้างได้ตั้งแต่เมื่อใด ทั้งทางนำสืบของจำเลยก็ไม่ปรากฏเช่นกัน คงได้ความเพียงว่า จำเลยได้มีหนังสือบอกล้างสัญญาประกันชีวิตดังกล่าวด้วยหนังสือฉบับลงวันที่ 14กันยายน 2525 ตามเอกสารหมาย ป.ล.4 เท่านั้น โจทก์จะได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวแล้วในวันใดให้เป็นที่ปรากฏ เช่นนี้ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้นำสืบว่าจำเลยได้บอกล้างสัญญาประกัน จำเลยก็ไม่ได้นำสืบชีวิตดังกล่าวภายใน 1 เดือน นับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ตามมาตรา 685 วรรคสอง แล้ว ดังนั้น จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตรายนี้ให้แก่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์..." พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4379/2530 นาย ประเสริฐ สาระ ภี กับพวก โจทก์ บริษัท ไทย ประกันชีวิต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประเสริฐ สาระ ภี กับพวก · จำเลย - บริษัท ไทย ประกันชีวิต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 2792/2546ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ