⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4399/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4399/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ตามเช็คที่เกิดจากกิจการค้าขายของห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมมีส่วนได้เสียร่วมกันในเช็คนั้น หากผู้รับเช็คทราบฐานะของผู้สั่งจ่ายดีอยู่แล้วว่าไม่มีเงินในบัญชีพอชำระหนี้และรับเช็คไว้โดยไม่สุจริต ผู้รับเช็คนั้นไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ จำเลยและ ช. เป็นหุ้นส่วนกันเพื่อขุดทรายขายแต่ห้างหุ้นส่วนไม่มีเงินสดดำเนินกิจการ โจทก์จึงให้จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อนำไปแลกเงินสด ดังนั้น มูลหนี้ตามเช็คพิพาทเกิดจากกิจการค้าขายของห้างหุ้นส่วนระหว่าง โจทก์ จำเลย และ ช. ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมมีส่วนได้เสียร่วมกันอยู่ในเช็คพิพาท ทั้งโจทก์ทราบฐานะของจำเลยดีอยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอที่จะนำมาชำระหนี้ตามเช็คพิพาทได้ โจทก์รับเช็คไว้โดยไม่สุจริต จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เห็นสมควรวินิจฉัยในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ไปทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวน แล้ววินิจฉัยว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ จำเลย และนายชาญณรงค์ เป็นหุ้นส่วนกันเพื่อขุดทรายขายแต่ห้างหุ้นส่วนไม่มีเงินสดดำเนินกิจการโจทก์จึงให้จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อนำไปแลกเงินสด มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ ตามฟ้องเกิดขึ้นจากกิจการค้าขายของห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ จำเลย และนายชาญณรงค์โจทก์ จำเลย และนายชาญณรงค์ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมมีส่วนได้เสียร่วมกันอยู่ในเช็คทั้งสองฉบับนั้น ทั้งการที่โจทก์รับเช็คโดยการแลกเงินสดกับนายไพรัชนั้น แสดงว่าโจทก์ทราบฐานะของจำเลยดีอยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอที่จะนำมาชำระหนี้ตามเช็คทั้งสองฉบับได้ ย่อมเป็นการรับเช็คไว้โดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4399/2530 นางประยูร ชาญชัยศรีสกุล โจทก์ นายแฉล้ม สื่อตระกูล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประยูร ชาญชัยศรีสกุล · ล. - นายแฉล้ม สื่อตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายมงคล หวลถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 1079/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา