⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5020/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5020/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จและฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จ เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 พร้อมกันไปกับการกระทำผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ จำเลยที่ ๑ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ ต่อมาระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนอีก เป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับกุมและถูกพนักงานอัยการฟ้อง จำเลยที่ ๑ ได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตต่อมาวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๑ และวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอีก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๓๗, ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๕, ๑๗๗, ๑๗๙, ๑๘๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๓ และ ๑๗๔, ๙๐ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๔ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดกระทงหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๙, ๑๘๐, ๙๐ (น่าจะเป็นมาตรา ๑๗๗ ด้วย) ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ ซึ่งเป็นโทษหนักที่สุดอีกกระทงหนึ่งและตามข้อเท็จจริงเช็คพิพาทโจทก์ออกให้โดยมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมจริงบางส่วนเห็นควรลงโทษสถานเบาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๔ มีกำหนด ๑ ปี ลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ มีกำหนด ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี จำเลยที่ ๑ เป็นหญิงไม่เคยทำความผิดมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒ และ ๑๗๓ นั้นเป็นกรรมเดียวกัน ผิดกฎหมายหลายบท ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๔ ชอบแล้ว ส่วนความผิดตามมาตรา ๑๗๗, ๑๗๙ และ ๑๘๐ นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การเบิกความเท็จเป็นความผิดกรรมหนึ่งต่างหากจากการทำพยานหลักฐานเท็จ เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ทำพยานหลักฐานเท็จมาก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะเบิกความแล้ว ส่วนความผิดเรื่องนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จนั้น จำเลยที่ ๑ กระทำไปพร้อมกับเบิกความจึงเป็นกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๙ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ กระทงละ๑ ปี ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวม ๓ กระทง เป็นจำคุกทั้งสิ้น ๓ ปี ปรับ ๖,๐๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ อีกกระทงหนึ่งนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ นั้นได้กระทำพร้อมกันไปกับการกระทำผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดตามมาตรา ๑๗๗ และมาตรา ๑๘๐ เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทและให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๐ (ควรระบุวรรคสองด้วย) ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5020/2530 นางสุวรรณี วงศ์อนันต์ หรือกองธรรม โจทก์ นางขนิษฐา ปันยารชุน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุวรรณี วงศ์อนันต์ หรือกองธรรม · จำเลย - นางขนิษฐา ปันยารชุน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวินัย วิมลเศรษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 1193/2510ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา